24/05/2016
Shook โปวดิวเซอร์หนุมจากฮอลแลนด์เจ้าของดนตรี Funk, Nu-Disco, Electronic สุดเท่ จะมาเล่น Live Set เต็มรูปแบบให้ดูกันฟรีๆ
ไม่ควรพลาดครับ
Wav Collective จัดของดีมาเสิรฟถึงที่
WAV Collective presents
"SHOOK" Live!
at BEAM
Wed June 1st 2016
“Super Laser Funk Powered Superhero”
น่าจะเป็นนิยามคำจำกัดความเรื่องราวของ Shook ได้ในระดับหนึ่ง
SUPERHERO
ชื่อของ Shook ปรากฏขึ้นดนตรีครั้งแรกเมื่อปี 2010 ช่วงเวลาที่ดนตรี Indie Dance, Nu-disco ยึดครองพื้นที่โลกดนตรี รวมไปถึงช่วงแผ่วปลายของกระแส Nu-Rave
Shook เสนอภาพลักษณ์ของตัวเองผ่านลายเส้น Illustrate ที่สื่อถึงเรื่องราว Sci-fi ของ Superhero หนุ่ม ที่เดินทางท่องเที่ยวอวกาศไปกับซินธิไซเซอร์คู่กาย (ที่เหมือนจะดัดแปลงเป็นยานอวกาศได้ด้วย) และออกปราบเหล่าร้ายจากต่างกาแล็คซี่ ร่วมกับสุนัขคู่ใจ (วาดโดย Steffan Tosheff นักวาดการ์ตูน Marvel) และดูเหมือนว่าดนตรีของ Shook ก็ไม่ไกลไปจากความแฟนตาซีเหล่านั้น
Shook คือนามแฝงของ Jasper Wijnands ศิลปิน, โปรดิวเซอร์ และนักดนตรีชาวดัทช์ทเชื้อสายเอเซีย ที่สร้างชื่อจากการทำ Remix เพลงให้ศิลปินมากมาย (ทั้งแบบ Official และ Un-official) ตั้งแต่ศิลปินหน้าใหม่ในเวลานั้นอย่าง Capital Cities, Ellie Goulding, Kimbra, M.I.A. วงขวัญใจชาวไทย Phoenix, The Ting Tings ไปจนถึง Jamiroquai เวปไซท์ และ Blog ดนตรี Electronicต่างพากันชื่นชม และแชร์ผลงานของเขาไปสู่วงกว้าง ไม่เว้นแต่ประเทศไทย ที่ดีเจบ้านเราล้วนมีผลงานของ Shook ติดกระเป๋ากันแทบทุกคน
Super Laser
จากเด็กน้อยที่เริ่มเล่นเปียโนมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เริ่มทำเพลงของตัวเองได้เมื่ออายุ 13 ปี Jasper ยังได้ร่ำเรียนด้าน Sound Engineer ในมหาวิทยาลัยอีกด้วย
ด้วยแรงบันดาลใจทางดนตรีรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ ดนตรีClassic , Jazz, Funk, Fusion หรือแม้แต่ Latin บวกความหลงใหลในการ์ตูน Sci-fi, หุ่นยนต์, ไซบอร์ค ปืนเลเซอร์ Shook ทำดนตรีที่มีส่วนผสมของดนตรี Funk, Nu-Disco,Electro ที่สร้างสรรค์จาก Synthesizer และเอฟเฟคท์มากมาย นำไปสู่การออก EP แรก “The Rise And Fall” ในปี 2011 ที่ยิ่งทำให้ชื่อของ Shook เป็นที่จับตามองยิ่งขึ้น จนได้โอกาสไปเล่นสดสนับสนุนการทัวร์ร่วมกับ Breakbot และ Kavinsky นั่นทำให้ Jasper ได้ปล่อยแสงอย่างเต็มที่ และเป็นแสงเลเซอร์เสียด้วย
2 ปีกับอัลบั้ม 3 ชุด
ในปี 2013 อัลบั้มเต็มชุดแรกที่ชื่อเดียวกับวง “Shook” ก็มาถึง กับดนตรีที่หลายคนประหลาดใจ เพราะมันไม่ได้เป็นดนตรี ที่เหมาะกับการเต้นระบำสักเท่าไร ทั้งอัลบั้มเป็นไปด้วยบทเพลงบรรเลงที่มีเสียง Analog Synthesizer, เครื่องดนตรี Vintage เป็นแกนหลักและการเรียบเรียงดนตรีที่มีกลิ่นไอของดนตรี Progressive และ Psychedelic ยุค 70’s สลับกับดนตรี Funk, Disco และ Electro เท่ๆ แต่ภาพรวมของอัลบั้มฟังดูผ่อนคลาย สำหรับฟังหลังกลับมาจากเที่ยวกลางคืนเสียด้วยซ้ำ แต่ Jasper ก็ไม่ได้แคร์อะไร เพราะเขาต้องการนำเสนอรูปแบบดนตรีที่เขาหมกมุ่นในช่วงเวลานั้นๆ ไม่จำเป็นต้องอิงกระแส หรือเป็นผู้บุกเบิกใดๆ การแต่งเพลงแต่ละเพลงเพื่อเป็น”อัลบั้ม” จริงๆ ไม่ใช่แค่หยิบจับเพลงที่จัดกระจายมารวมกันเท่านั้น
6 เดือนหลังอัลบั้มชุดแรกไม่นาน Jesper ก็เก็บตัวเองอยู่ในสตูดิโอ และทำอัลบั้มชุดที่ 2 ชื่อ “Spectrum” ออกมาอย่างรวดเร็ว กับรูปแบบดนตรีที่มีความเป็นปัจเจกเช่นเดิม ดนตรี Electronic ในแบบ Retro/ Futurist แฝงกลิ่นไอความเป็นเอเซียนไม่น้อย เมื่อมาฟังซ้ำตอนนี้เราพบว่ามีความเป็น Tropical ก่อนที่ดนตรีรูปแบบนี้จะแผ่ขยายไปทั่วในอีก 2 ปีต่อมาเสียอีก
Continuum คืออัลบั้มเต็มชุดที่ 3 ที่จะออกในเดือนมิถุนายนนี้ และ Jasper เริ่มออกทัวร์รอบโลกเพื่อสนับสนุนอัลบั้มใหม่นี้ และเป็นโอกาสดีที่จะมาเล่นในบ้านเรา(เป็นที่แรกๆของการทัวร์นี้) ไปดูความอัจฉริยะของหนึ่งในศิลปิน ที่น่าตื่นเต้นที่สุดของวงการ ทั้งในฐานะของ ดีเจ, นักแต่งเพลง, โปรดิวเซอร์ และรีมิกเซอร์ กับการเล่น "Live Set เต็มรูปแบบ" พร้อมฟังผลงานล่าสุดของเขาไปพร้อมกัน