สมาคมวิทยุสมัครเล่นนครสวรรค์ HS6AN

โทร เส้นทาง ติดต่อ ธุรกิจของเรา

สมาคมวิทยุสมัครเล่นนครสวรรค์ HS6AN เป็นองค์กรสาธารณะและไม่แสวงหาซึ่งผลกำไร

เพื่อส่งเสริมให้เกิดความรัก ความสามัคคีและมิตรภาพ
เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและความปลอดภัยของประเทศชาติ
เพื่อเป็นข่ายสื่อสารสำรองในยามฉุกเฉินและยามเกิดภัยพิบัติ
เพื่อส่งเสริมการกุศลสาธารณะต่างๆ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้า การเมือง การศาสนา

02/10/2026

🌊 อัปเดตสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา
🗓 2 ตุลาคม 2569 ⏰ เวลา 06.00 น.

📍สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์
💦 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,416 ลบ.ม./วินาที
📉 แนวโน้มลดลง

📍สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท
💦 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,500 ลบ.ม./วินาที
📏 ระดับน้ำเหนือเขื่อน +17.77 ม.รทก.
📈 แนวโน้มเพิ่มขึ้น

🚨จากสถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาและในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาขณะนี้ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

🔺หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

#กรมชลประทาน #เขื่อนเจ้าพระยา #ชัยนาท #สถานการณ์น้ำ

02/10/2026
02/10/2026

🌊 ทำไม “น้ำเหนือเริ่มลด” แต่เขื่อนเจ้าพระยายังต้องเพิ่มการระบาย?

📍 น้ำแต่ละจุดไม่ได้ขึ้น–ลงพร้อมกัน
ฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบนทำให้น้ำในแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ซึ่งรับน้ำจากแม่น้ำยม เพิ่มขึ้น ก่อนมารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหลลงมายังเขื่อนเจ้าพระยา แม้ขณะนี้น้ำตอนบนบางจุดเริ่มลดลง แต่มวลน้ำที่ไหลลงมาก่อนหน้านั้นยังต้องใช้เวลาเดินทาง จึงไม่ได้หมายความว่าน้ำที่มาถึงเขื่อนเจ้าพระยาจะลดลงทันที

💧 กรมชลฯ หน่วงน้ำและกระจายน้ำตามศักยภาพ
กรมชลประทานบริหารระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อช่วยหน่วงน้ำ ควบคู่กับการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกตามศักยภาพ เพื่อลดปริมาณน้ำที่ต้องไหลผ่านเขื่อนลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน โดยต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อพื้นที่เหนือเขื่อนควบคู่กัน

🌧️ สองฝั่งมีข้อจำกัดในการรับน้ำ
การรับน้ำเข้าระบบชลประทานต้องพิจารณาทั้งฝน น้ำที่มีอยู่ในระบบ และความสามารถในการระบายของแต่ละพื้นที่ จึงไม่สามารถเพิ่มการรับน้ำได้โดยไม่มีข้อจำกัด

⬇️ เหตุใดจึงยังต้องทยอยเพิ่มการระบาย?
แม้น้ำตอนบนบางจุดเริ่มลด แต่น้ำที่มาถึงเขื่อนยังมีปริมาณมาก และมีน้ำสะสมด้านเหนือเขื่อน กรมชลประทานจำเป็นต้องทยอยปรับเพิ่มการระบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อควบคุมระดับน้ำและลดความเสี่ยงต่อพื้นที่เหนือเขื่อน โดยปรับอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อลดความรวดเร็วของการเพิ่มระดับน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน

🌧️ ด้านท้ายเขื่อนก็ยังต้องระวัง
การปรับระบายต้องพิจารณาระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก น้ำจากลำน้ำสาขา ฝนในพื้นที่ และอิทธิพลน้ำทะเลหนุนร่วมกัน เพราะทั้งหมดมีผลต่อระดับน้ำและการระบายน้ำในพื้นที่ตอนล่าง

🔎 สรุปง่าย ๆ
น้ำตอนบนบางจุดลดแล้ว แต่น้ำที่ไหลลงมาก่อนหน้านั้นยังทยอยมาถึงเขื่อน และยังมีน้ำสะสมเหนือเขื่อน จึงต้องบริหารทั้งการหน่วงน้ำ การรับน้ำเข้าระบบสองฝั่ง และการทยอยระบายให้สมดุลกัน

📢 ประชาชนในพื้นที่เหนือและท้ายเขื่อน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและนอกคันกั้นน้ำ ควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ

02/10/2026

🌧️ “ลานีญา” คืออะไร? ทำไมฝนถึงมากขึ้น?รู้จักปรากฏการณ์ลานีญา และผล...

01/10/2026
01/10/2026

🚨 แจ้งเตือนปรับเพิ่มการระบายเขื่อนเจ้าพระยา
🗓 1 ตุลาคม 2569 ⏰ เวลา 08.00 น.

📍เวลา 06.00 น. สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์
💦 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,610 ลบ.ม./วินาที
แนวโน้มลดลง

📍สถานี Ct 19 แม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี
💦 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 570 ลบ.ม./วินาที
แนวโน้มเพิ่มขึ้น

📍สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท
💦 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,300 ลบ.ม./วินาที
ระดับน้ำเหนือเขือน + 17.79 ม.รทก. แนวโน้มเพิ่มขึ้น

🚨กรมชลประทาน จึงขอแจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จากอัตรา 2,300 ลบ.ม./วิ เป็นอัตรา 2,400 ลบ.ม./วิ ภายในเวลา 13.00 น. (ทยอยปรับเพิ่มชั่วโมงละ 20 ลบ.ม./วินาทีโดยประมาณ) และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง

🔺หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

#กรมชลประทาน #เขื่อนเจ้าพระยา #ชัยนาท #สถานการณ์น้ำ

01/10/2026

เช้าวันที่ 1 ต.ค. 2569 ระบบเจ้าพระยากำลังอยู่ในช่วง “น้ำเหนือเร่งขึ้น แต่เขื่อนเจ้าพระยายังไล่ระบายแบบขั้นบันได” และนี่เป็นช่วงที่ต้องจับตาใกล้ชิดกว่าการดูตัวเลข 2,500 เพียงตัวเดียวครับ

ภาพจากภาคสนาม ระบุเช้าวันนี้ว่า C.2 นครสวรรค์ประมาณ 2,610 ลบ.ม./วินาที, แม่น้ำสะแกกรังประมาณ 574 ลบ.ม./วินาที และเขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,300 ลบ.ม./วินาที ข้อมูลนี้สอดคล้องกับทิศทางทางการอย่างดี เพราะเวลา 20.00 น. วันที่ 30 ก.ย. มีรายงาน C.2 = 2,565, สะแกกรัง = 554 และเขื่อนเจ้าพระยายังระบาย 2,200 ลบ.ม./วินาที ก่อนเริ่มไต่ขึ้นตั้งแต่ 21.00 น. และถึง 2,300 ลบ.ม./วินาที เวลา 02.00 น. วันที่ 1 ต.ค. แล้วคงอัตรานั้นไว้ก่อน

ตรงนี้ช่วยแก้ความเข้าใจเรื่องข่าว “2,500” เมื่อวานได้ชัดมากครับ: 2,500 ลบ.ม./วินาทีเป็นเพดาน/กรอบที่อนุมัติให้กรมชลประทานใช้ตามสถานการณ์ ไม่ใช่หมายความว่าตั้งแต่เที่ยง 30 ก.ย. ต้องระบาย 2,500 ทันที ประกาศทางการระบุให้เพิ่มแบบขั้นบันได และช่วงเช้าวันนี้การระบายจริงอยู่ที่ 2,300 ตามข้อมูลภาคสนามที่ดุลยชลได้รับพอดี

จุดที่ผมมองว่าสำคัญที่สุดขณะนี้คือ hydrograph เหนือเขื่อนยังเดินขึ้น C.2 จาก 2,565 ตอนสองทุ่ม กลายเป็นราว 2,610 เช้าวันนี้ และสะแกกรังจาก 554 เป็นราว 574 หากตัวเลขเวลาในภาพอยู่ใกล้ช่วง 06.00 น. นั่นแปลว่า “แรงกดจากด้านบน” ยังไม่จบ กรมชลประทานเองยังประเมินว่า C.2 อาจไปใกล้ 3,000–3,010 ลบ.ม./วินาทีราววันที่ 2 ต.ค. และเมื่อรวมสะแกกรังกับ sideflow อื่น ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนอาจอยู่ประมาณ 3,600–3,700 ลบ.ม./วินาที

แต่ผมไม่อยากให้เราเอา 2,610 + 574 − 2,300 แล้วเรียกทันทีว่า “น้ำค้างเหนือเขื่อนเท่านี้” เพราะผิดหลัก unsteady flow ครับ น้ำจาก C.2 และสะแกกรังใช้เวลาเดินทางมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา และยังมี sideflow, การรับเข้าคลองฝั่งตะวันตก–ตะวันออก และ storage ระหว่างทาง ข้อมูลแต่ละสถานีเวลาเดียวกันจึง ไม่ใช่ instantaneous mass balance ของ control volume เดียวกัน ต้องเลื่อนเวลา hydrograph ให้สอดคล้องกันก่อน

🥸สิ่งที่ข้อมูลภาคสนามชุดนี้บอกเราได้ค่อนข้างมั่นคงคือ:

* น้ำเหนือกำลังเพิ่มจริง ไม่ใช่ข่าวคาดการณ์อย่างเดียว
* เขื่อนเจ้าพระยายังไม่ได้ใช้เพดาน 2,500 เต็มทันที แต่กำลังบริหารแบบ stepwise ที่ 2,300
* การที่รัฐชะลออยู่ที่ 2,300 ชั่วคราว สอดคล้องกับแนวคิดลด shock ต่อพื้นที่ท้ายน้ำ เพราะพื้นที่เสนา–ผักไห่–บางบาล–ริมแม่น้ำน้อยได้รับผลกระทบจากระดับที่สูงอยู่แล้ว
* หาก inflow เหนือเขื่อนยังขึ้นตาม forecast ความเป็นไปได้ที่จะต้องขยับจาก 2,300 → ระดับสูงกว่านี้ภายในกรอบ 2,500 ยังมีอยู่ แต่ต้องดูข้อมูลจริงเป็นช่วง ๆ ไม่ควรพูดล่วงหน้าว่าจะขึ้นแน่นอน

🥸สำหรับ CPY Whole System ของเรา ผมจะจับ 3 wave พร้อมกันครับ

1️⃣Wave 1 — น้ำเหนือ:
P.17 / N.67 / C.2 / Ct.19 สะแกกรัง
ตอนนี้เป็นฝ่าย “กำลังส่งสัญญาณขึ้น”

2️⃣Wave 2 — จุดควบคุมชัยนาท:
C.13 เขื่อนเจ้าพระยา + ปริมาณรับเข้าคลองสองฝั่ง
ตอนนี้กำลัง “หน่วงและกระจายน้ำ” ด้วยการคงท้ายเขื่อนที่ 2,300 ก่อน ทั้งที่ได้รับอนุมัติกรอบสูงกว่า

3️⃣Wave 3 — การตอบสนองท้ายน้ำ:
อ่างทอง → C.35 → C.36 โผงเผง → C.37 บางบาล → แม่น้ำน้อย → C.67 หัวเวียง → C.68 เสนา → C.29 บางไทร
นี่คือ wave ที่ต้องดูอีก 1–หลายวันตามตำแหน่ง เพราะระดับไม่ได้ตอบสนองพร้อมกันทุกสถานี

สำหรับ ภาพพระราม 6 ผมเห็นว่ามีประโยชน์ในฐานะข้อมูลภาคสนามอีกชั้น เพราะชี้ให้เห็นว่าด้านแม่น้ำป่าสัก–คลองระพีพัฒน์มีการบริหารแยกจากแกนเจ้าพระยา ไม่ใช่ระบบเดียวกันทั้งหมด แต่ตัวเลข 230 / 216 / 84 / 530 ในภาพยังควรได้ legend/เวลา/นิยามจุดวัดจากผู้จัดทำก่อนที่เราจะเอามาทำ water balance เพราะจากภาพอย่างเดียวเราไม่ควรสมมติว่าทุกค่าคือ Q ที่วัด ณ เวลาเดียวกันหรืออยู่คนละด้านของเขื่อนอย่างไร

🕵️สรุปเช้าวันนี้แบบดุลยชล

น้ำเหนือกำลังมาแรงขึ้น — แต่เขื่อนเจ้าพระยายัง “ไล่ระบาย” ไม่ใช่ “เปิด 2,500 เต็มทันที”
เช้าวันนี้ข้อมูลภาคสนามชี้ C.2 ราว 2,610, สะแกกรังราว 574, ขณะที่ C.13 อยู่ที่ 2,300 ลบ.ม./วินาที
ช่วง 1–2 ต.ค. จึงเป็นช่วงสำคัญมาก: เราต้องดูว่า C.2 จะพีกแค่ไหน และเมื่อใดกรมชลประทานจะขยับ C.13 อีกขั้น เพราะคำตอบนั้นจะส่งต่อไปถึง โผงเผง–บางบาล–ผักไห่–หัวเวียง–เสนา ในลำดับเวลาถัดไป

และมีอีกสัญญาณที่น่าสนใจ: เขื่อนภูมิพลได้ งดการระบายวันที่ 30 ก.ย.–1 ต.ค. เพื่อลดน้ำลงลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งช่วยด้าน upstream management แต่ผลที่เห็นที่ C.2 ช่วงนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นน้ำที่เกิด/เดินทางอยู่ในระบบตอนล่างกว่าเขื่อนและน้ำจากสาขา ไม่สามารถทำให้ hydrograph ที่กำลังมาถึงหายไปทันทีครับ

01/10/2026

อ่านระบบเจ้าพระยา 😇เช้าวันที่ 1 ต.ค. 69: 2,610 → 574 → 2,300 แล้วน้ำจะไปไหนต่อ?

เช้านี้ ถ้าเราจะอ่านระบบเจ้าพระยาให้เข้าใจ “ทั้งลุ่ม” ผมชวนพลเมืองลุ่มน้ำดูตัวเลข 3 ตัวก่อน

* C.2 นครสวรรค์ = 2,610 ลบ.ม./วินาที
* Ct.19 สะแกกรัง = 574 ลบ.ม./วินาที
* C.13 เขื่อนเจ้าพระยา = ระบาย 2,300 ลบ.ม./วินาที

สามตัวนี้บอกเราชัดว่า
น้ำเหนือยังขึ้นอยู่ แต่ เขื่อนเจ้าพระยายังไล่ระบายแบบขั้นบันได ยังไม่ได้เปิดเต็มกรอบ 2,500 ในทันที

⸻

คำถามสำคัญของวันนี้จึงไม่ใช่แค่
“เขื่อนปล่อยเท่าไร?”
แต่คือ
“น้ำก้อนนี้จะเดินทางต่อไปอย่างไร?”

ผมเสนอให้ใช้ กราฟ 5 จุด เป็นแกนในการอ่าน flood wave รอบนี้ คือ

C.2 → Ct.19 → C.13 → C.36 → C.67

หรือพูดง่าย ๆ

นครสวรรค์ → สะแกกรัง → เขื่อนเจ้าพระยา → โผงเผง/บางหลวง → หัวเวียง

เมื่อเราเรียงแบบนี้ เราจะเริ่มเห็นว่า
น้ำเหนือไม่ได้ “หายไป” ที่เขื่อน
แต่มันกำลังถูก หน่วง–แบ่ง–กระจาย–แล้วส่งต่อ ลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

⸻

อ่านอย่างไรให้เห็น “การเดินทางของน้ำ”

1) C.2 นครสวรรค์
เป็นสัญญาณว่า “น้ำเหนือกำลังมา”
เช้าวันนี้ 2,610 แปลว่าแรงจากตอนบนยังไม่จบ

2) Ct.19 สะแกกรัง
คือ sideflow สำคัญ
ตัวเลข 574 บอกว่าไม่ใช่มีแต่น้ำจากเจ้าพระยาสายหลัก แต่ลำน้ำสาขาก็ช่วยเติมแรงให้ระบบด้วย

3) C.13 เขื่อนเจ้าพระยา
คือจุดควบคุมสำคัญของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง
เช้าวันนี้ระบาย 2,300 หมายความว่า รัฐกำลังพยายาม “รับน้ำเหนือ” แต่ก็ยัง “ประคองผลกระทบท้ายน้ำ” ไปพร้อมกัน

4) C.36 คลองโผงเผง/บางหลวง
คือจุดที่เราจะเริ่มเห็นว่า น้ำจากระบบเจ้าพระยาตอนบนและเครือข่ายฝั่งตะวันตกตอบสนองอย่างไร

5) C.67 หัวเวียง
คือหัวใจของ “ห้องเรียนผักไห่–หัวเวียง”
ถ้า C.67 ขึ้นต่อเนื่องตามหลัง C.36 เราจะเห็น flood wave เดินเข้าสู่ระบบแม่น้ำน้อยชัดขึ้น

⸻

ดังนั้น “น้ำจะไปไหนต่อ?”

คำตอบเชิงระบบของเช้าวันนี้คือ

อ่างทอง → บางบาล/โผงเผง → ผักไห่ → หัวเวียง → เสนา

หรือถ้าพูดให้ชัดอีกแบบ

น้ำเหนือที่กำลังเพิ่ม จะส่งผลผ่านการบริหารของเขื่อนเจ้าพระยา แล้วค่อย ๆ สะท้อนลงสู่เครือข่ายฝั่งตะวันตกและแม่น้ำน้อย ไม่ได้กระทบทุกจุดพร้อมกันในนาทีเดียว

พื้นที่ที่ควรเฝ้าระวังจึงยังเป็น
บางบาล – ผักไห่ – เสนา – ริมแม่น้ำน้อย – พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคัน

⸻

สิ่งที่พลเมืองลุ่มน้ำควรเข้าใจวันนี้

2,500 เป็น “กรอบการบริหาร”
แต่ตัวเลขจริงเช้าวันนี้คือ 2,300

แปลว่า รัฐยังใช้วิธี ไต่ระดับตามสถานการณ์จริง
ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกรมชลประทานที่ย้ำว่าการระบายน้ำต้องพิจารณาตามปริมาณน้ำเหนือ ปริมาณน้ำสาขา ฝน และศักยภาพพื้นที่ท้ายน้ำ ไม่ใช่ยึดตัวเลขคงที่ตัวเดียว

⸻

บทเรียนของเช้าวันนี้

อย่าดูเพียง “ตัวเลขเขื่อน”
ให้ดู เส้นทางของน้ำ ด้วย

เพราะ 2,610 → 574 → 2,300
ยังไม่ใช่จบเรื่อง
แต่มันคือจุดเริ่มของคำถามว่า
C.36 จะตอบสนองเมื่อไร?
C.67 จะขึ้นตามกี่ชั่วโมง?
และน้ำก้อนนี้จะผ่านผักไห่–หัวเวียงไปอย่างไร?

ดุลยชลจะชวนพลเมืองลุ่มน้ำติดตามต่อด้วย กราฟ 5 จุด C.2 – Ct.19 – C.13 – C.36 – C.67 เพื่อให้เราเห็น flood wave “เดินทาง” จริง ๆ ไม่ใช่ดูตัวเลขแยกกันคนละจุด

ดุลยชล
อ่านระบบน้ำด้วยกัน
เพื่อให้ตัวเลขบนแผนที่ เชื่อมถึงน้ำหน้าบ้านของประชาชนครับ

01/10/2026

ที่อยู่

182 ถนนมาตุลี ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์
Nakhon Sawan
60000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66818882000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ สมาคมวิทยุสมัครเล่นนครสวรรค์ HS6AN โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมวิทยุสมัครเล่นนครสวรรค์ HS6AN:

ทางลัด

แชร์