Adam & Eve Adam & Eve ผู้เชี่ยวชาญทางด้านออกแบบ ของชำร่วย ของรับไหว้ และ การ์ดแต่งงาน เพื่อให้ลูกค้าทุกท่าน มีความสุขและหมดกังวลกับปัญหาต่างๆ ในเรื่องของแต่งงาน :D

มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งงานแบบไทย กันครับ นั่นคือขั้นตอนที่ 3 คือ “พิธีแต่งงาน” โดยจะเริ่มจาก1.พิธีรดน้ำสังข์ หรือ ...
08/02/2015

มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งงานแบบไทย กันครับ นั่นคือ

ขั้นตอนที่ 3 คือ “พิธีแต่งงาน” โดยจะเริ่มจาก

1.พิธีรดน้ำสังข์ หรือ พิธีรดน้ำพระพุทธมนต์

ถ้าเสร็จจากพิธีนี้จะถือว่า คู่บ่าวสาว ได้แต่งงานกันแล้วเรียบร้อย โดยพิธีนี้ถือเป็นพิธีมงคล โดยจะมีญาติผู้ใหญ่เป็นผู้รดน้ำสังข์และให้พรแก่คู่บ่าวสาว
พิธีจะเริ่มจากตั้งโต๊ะหันไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ และให้เจ้าบ่าวนั่งอยู่ทางขวาของเจ้าสาว จากนั้นประธานในพิธีจะเป็นผู้เจิมหน้าผากให้เจ้าบ่าว 3 จุดกลางหน้าผากและจับมือเจ้าบ่าวไปจิมให้เจ้าสาวเช่นกัน พร้อมทั้งสวมมงคลให้กับทั้งคู่ โดยมีเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานฝั่งละ 2 คน ยืนหลังเจ้าบ่าวเจ้าสาว หลังจากนั้นก็จะเรียงญาติผู้ใหญ่มารดน้ำสังข์และให้พร โดยหลังจากแต่ละคนจรดเสร็จก็จะให้ของชำร่วย เพื่อเป็นการตอบแทน หลังจากรดน้ำสังข์กันหมดทุกคนแล้ว ประธานจะเป็นผู้ปลดมงคลออกและให้คู่แต่งงานยืนขึ้น โดยมีความเชื่อบอกว่า ถ้าผู้หญิงลุกก่อน จะได้เป็นใหญ่ในบ้าน ฮ่าๆ ลุกกันไวๆนะครับ

2.พิธีรับไหว้

หลังจากรดน้ำสังข์เสร็จจะเป็นการไหว้ผู้ใหญ่เพื่อฝากเนื้อฝากตัว โดยเริ่มจากบ่าวสาวยก พานธูปเทียนแพเข้าไปไหว้ ญาติผู้ใหญ่ โดยจะไหว้พ่อแม่ของบ่าวสาวโดยการกราบ 3 ครั้งแบบแบมือ เนื่องจากความเชื่อที่ว่า พ่อและแม่ คือ พระผู้ประเสริฐของลูกๆ ส่วนการไหว้ผู้ใหญ่ท่านอื่นจะกราบ 1 ครั้งไม่แบมือ โดยหลังจากกราบแล้ว พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ จะให้เงินทุน โฉนดที่ดิน เพื่อเป็นทุนในการใช้ชีวิตคู่ของทั้งคู่

3.พิธีปูเตียงที่นอน

พิธีนี้จัดได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของคืนแต่งงาน สิ่งของมงคลที่ต้องเตรียมคือ ฟักเขียวลูกหนึ่ง หม้อใหม่ใส่น้ำใบหนึ่ง หินบดยา และถั่วงาพร้อมทุนสินสอดวางไว้บนพาน แล้วนำไปวางไว้ข้างที่นอนเพื่อเป็นเครื่องหมายสำหรับอำนวยพรว่า “ให้คู่บ่าวสาวมีใจเย็นเสมือนน้ำฟัก มีน้ำใจหนักดั่งศิลา มีแต่ความจำเริญ
วัฒนาเหมือนถั่วงา” จากนั้นผู้ใหญ่ฝ่ายบ่าวสาวจึงจัดแจงวางหมอนหนุนศีรษะ
และให้ผู้ใหญ่คู่ที่ได้รับเชิญมา จัดทำพิธีนี้ลงนอนก่อนเป็นปฐมฤกษ์ กล่าวให้ศีลให้พรแล้วจึงออกมาจาห้องหอ โดยผู้ใหญ่คู่ที่ได้รับเชิญมามักจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขกับชีวิตแต่งงานและแต่งงานมานานแล้ว

4.พิธีฉลองงานแต่ง

มาถึงสิ่งสุดท้ายกันแล้วว โดยพิธีฉลองงานแต่งงานก็จะจัดเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองของคู่บ่าวสาว และครอบครัวของทั้งสองฝั่งที่ได้เกี่ยวดองกัน โดยจะเป็นการเลี้ยงบุคคลที่ผู้บ่าวสาวได้เชิญมาตามการ์ดที่ส่งเชิญไปครับ

จบขั้นตอนสุดท้ายไปแล้วววว หลังจากนี้บ่าวสาวก็จะอยู่กันอย่างมีความสุขข น่าอิจฉาจริงๆเลยนะครับบ

หลังจากได้ทาบทามสู่ขอไปแล้ว เรามาดูขั้นตอนที่ 2 ของการแต่งงานแบบไทยกันต่อครับขั้นตอนที่ 2 คือ "การหมั้น" โดยจะเริ่มจาก1....
07/02/2015

หลังจากได้ทาบทามสู่ขอไปแล้ว เรามาดูขั้นตอนที่ 2 ของการแต่งงานแบบไทยกันต่อครับ

ขั้นตอนที่ 2 คือ "การหมั้น" โดยจะเริ่มจาก

1.ตักบาตรร่วมกัน

โดยฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะตักบาตรโดยใช้ทัพพีเดียวกันและขันใส่ข้าวใบเดียวกันเพื่อความเป็นศิริมงคล

2.พิธีแห่ขันหมาก

ขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญเลยทีเดียว โดยฝ่ายชายจะจัดขบวนขันหมาก โดยจัดเรียงขบวนตามรายการด้านล่างดังนี้
2. พานขันหมาก: ประกอบด้วยหมาก 8 ผล เลือกให้อยู่ในพวงเดียวกัน 2 พาน
3. พานขันหมั้น: ประกอบไปด้วยขันสินสอดและขันหมั้น โดยจะวางก้นขันไว้ด้วยดอกไม้และพืชพรรณมงคล เช่น ดอกรัก ใบเงิน ใบทอง ใบหยกเป็นต้น
1. พานธูปเทียนแพ: ต้องเป็นธูปเทียนแพเท่านั้น วางไว้ในขันและใช้กระทงกรวยใบตองบรรจุดอกไม้และวางไว้บนธูปเทียนอีกที
4. ขันวางผ้าไหว้: ใช้ไหว้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงเพื่อขอบคุณที่เลี้ยงดูฝ่ายหญิงมา โดยนิยมเป็นผ้าขนหนู หรือผ้าแพรก็ได้ถ้าผู้รับเป็นผู้หญิง
5. เครื่องขันหมาก: ขนมมงคล 9 อย่าง (ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ทองเอก จ่ามงคล เสน่ห์จันทร์ ขนมชั้น ขนมถ้วยฟู) อาหารคาว (เช่นหมูนอนตอง ไก่ต้ม ปลาช่อนนึ่งทั้งตัว) และบริวารขันหมากอื่นๆ (เช่น ต้นกล้วย ต้นอ้อย มะพร้าวอ่อน กล้วยน้ำว้าทั้งเครือ)

3.การกั้นประตูเงินประตูทอง

ขั้นตอนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สนุก โดยญาติทางฝ่ายหญิงจะเตรียมตัวตั้งรับไม่ให้ฝ่ายชายเข้าไปเจอฝ่ายหญิงได้ง่ายๆ โดยการยืนถือ สร้อยเงิน สร้อยทอง หรือผ้าแพร คนละมุมเพื่อกั้นเป็นประตู จะให้ฝ่ายชายผ่านก็ต่อเมื่อรับทรัพย์มาแล้ว อารมณ์ประมาณว่ารักต้องมีอุปสรรคซักหน่อย ฮ่าๆ ปัจจุบันนิยมมี 3 ประตู คือ ประตูชัย ประตูเงิน และประตูทอง

4.พิธีรับขันหมากและนับสินสอด

โดยจะมีการเชิญขันหมากเข้าบ้านฝ่ายหญิง โดยนิยมให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงที่แต่งงานและอยู่กินกันมานานเป็นผู้รับ หลังจากนั้นจะมีการนับสินสอดต่อหน้าสักขีพยานทุกท่าน

5.พิธีสวมของหมั้น

สุดท้ายและท้ายสุดของการหมั้น คือการสวมของหมั้นให้กันและกันเพื่อเป็นของแทนใจกันนั่นเอง โดยฝ่ายชายจะสวมของหมั้นให้ฝ่ายหญิงก่อน หลังจากนั้นจึงเป็นฝ่ายหญิง

จบไปแล้วกับพิธีการหมั้นทั้งหมด เป็นยังไงบ้าง ตื่นเต้นไหมม ต่อไปเตรียมพบกับขั้นตอนสุดท้ายคือ พิธีมงคลสมรส นั่นเองงง :D

วันนี้ขอเสนอประเพณีการแต่งงานแบบไทย ที่เราอาจจะคุ้นเคยกันดี แต่รู้หรือไม่ว่ามันมีขั้นตอนแบบไหนกันบ้างวันนี้ขอมาเริ่มกันก...
04/02/2015

วันนี้ขอเสนอประเพณีการแต่งงานแบบไทย ที่เราอาจจะคุ้นเคยกันดี แต่รู้หรือไม่ว่ามันมีขั้นตอนแบบไหนกันบ้าง

วันนี้ขอมาเริ่มกันก่อนที่ขั้นตอนที่ 1 "การทาบทามและการสู่ขอ"

1.การทาบทาม หรือ การสู่ขอ

ขั้นแรกผู้ใหญ่ทางฝ่ายชายหรือเถ้าแก่ (บุคคลที่ฝ่ายชายนับถือ) จะเข้าไปพูดคุย สู่ขอฝ่ายหญิงจากทางผู้ใหญ่ฝ่ายหหญิง โดยจะเน้นพูดถึงความรัก ความมั่นคง และความสามารถในการดูแลฝ่ายหญิงได้เป็นอย่างดี
ซึ่งในสมัยก่อนผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะขอนำจะขอวันเดือนปีเกิดฝ่ายชายไปตรวจดวงชะตาก่อน โดยอาจจะใช้เป็นข้อปฎิเสธฝ่ายชายได้ด้วย เพราะสมัยก่อนผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงมักจะไม่รู้ว่าจะมีฝ่ายชายมาขอ ไม่เหมือนปัจจุบันที่ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายนั้นรับทราบกันอยู่แล้วนั่นเอง

2.การสู่ขอ

หลังจากมีการเจรจากันในครั้งแรกแล้ว ฝ่ายชายจะกลับมาสู่ขอฝ่ายหญิงอีกครั้ง เพื่อจะยืนยันข้อตกลงเช่น กำหนดสินสอดทองหมั้น แจ้งการสร้างเรือนหอ กำหนดขันหมากและวันแต่งงาน
คำว่าสินสอด (หรืออีกชื่อว่า "ค่าน้ำนม") คือการมอบทรัพย์ให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง เพื่อให้เกียรติ กรณีนี้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะคืนให้หลังแต่งงานเพื่อเป็นเงินเริ่มต้นในการสร้างครอบครัวหรือไม่ก็ได้ ส่วนทองหมั้น นั้นคือ ทรัพย์สินจำพวกเครื่องประดับ ที่ฝ่ายชายจะมอบให้ฝ่ายหญิงเลย โดยปัจจุบันมักจะเป็น แหวนประดับเพชร หรือเครื่องเพชร แทนที่เครื่องทองในสมัยก่อน

3. การปลูกเรือนหอ

หลังจากทาบทามและสู่ขอแล้วฝ่ายชายต้องจัดเตรียมเรือนหอ โดยต้องจัดเตรียมให้ทันพร้อมเข้าอยู่ก่อนแต่งงาน

จบไปแล้วกับการสู่ขอเป็นยังไงครับ ขั้นตอนเหมือนจะยุ่งยากแต่จริงๆ ไม่เลย ต่อไปเตรียมพบกับพิธีการหมั้นในแบบไทย ในโพสหน้านะครับ :D

The excited moment.Cr: Thomas Flint
02/02/2015

The excited moment.
Cr: Thomas Flint

ข้ามมาพบกับเรื่องราวความรักในตำนานฝั่งไทย-พม่ากันบ้าง เรื่องนี้สนุกมากๆขอบอก ในเรื่องราวความรักของเจ้าน้อยสุขเกษม (เจ้าช...
01/02/2015

ข้ามมาพบกับเรื่องราวความรักในตำนานฝั่งไทย-พม่ากันบ้าง เรื่องนี้สนุกมากๆขอบอก ในเรื่องราวความรักของ

เจ้าน้อยสุขเกษม (เจ้าชายแห่งล้านนา) & มะเมี๊ยะ (แม่ค้าสาวชาวพม่า)

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 เจ้าน้อยในอายุ 15 ได้ถูกส่งไปเรียนที่พม่า เพื่อหวังที่จะได้ภาษาอังกฤษและภาษาพม่า มาใช้ในการติดต่อค้าขายกับพม่า อยู่ใสวันหนึ่งเมื่อเจ้าน้อยอายุ 19 ปี ได้ไปเดินเล่นในตลาด จู่ๆโชคชะตาได้พามาเจอ มะเมี๊ยะ แม่ค้าสาวสายชาวพม่าวัย 15 ปี ทั้งคู่ตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบ และได้ตกลงแต่งงานกัน

พอเจ้าน้อยอายุ 20 ปี จึงสำเร็จการศึกษาและต้องกลับมาที่เชียงใหม่ โดยที่พามะเมี๊ยะกลับมาด้วย โดยแกล้งให้ปลอมตัวเป็นเด็กรับใช้ แต่เรื่องมาแดงเมื่อเจ้าพ่อเจ้าแม่ของเจ้าน้อยได้หมั้นเจ้าบัวนวลไว้ให้แล้ว เจ้าน้อยจึงจำใจยอมบอกว่าเจ้าน้อยมีภรรยาแล้วคือ มะเมี๊ยะ แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากเจ้าพ่อเจ้าแม่ เหตุการณ์มาเกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นไปอีก เมื่อทาง ร.5 และ เจ้าดารารัศมี รู้เรื่องก็เกรงว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดชนวนเหตุให้ อังกฤษเข้ามาแทรกแทรงในสยามได้ โดยมะเมี๊ยะเป็นชาวพม่า ชาวพม่าต้องถือสัญชาติอังกฤษด้วย ถ้าคนสัญชาติอื่นมาแต่งก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นสัญชาติพม่า โดยที่เจ้าน้อยถือเป็นองค์รัชทายาทของล้านนา ซึ่งอาจจะเป็นเหตุให้สยามเสียล้านนาให้กับทางอังกฤษได้ จึงบังคับให้ส่งมะเมี๊ยะกลับ

เรื่องราวมาเกิดเหตุน่าสงสารตรงเหตุการณ์ที่กำลังร่ำลากัน โดยทางเจ้าน้อยได้ออกมาส่งมะเมี๊ยะที่หน้าประตูเมืองซึ่งในเหตุการณ์มีประชาชนเป็นจำนวนมากเพราะได้ยินคำรำ่ลือว่ามะเมี๊ยะงดงามมาก ก่อนจากลาเจ้าน้อยได้ให้คำสัญญาไว้ว่าอีก 3 เดือนจะไปรับมะเมี๊ยะกลับ ยิ่งไปกว่านั้นทั้งคู่ได้สาบานพร้อมกันว่าจะไม่รักใครอื่นอีกตลอดชีวิต หากผิดคำสาบานไปแต่งงานกับผู้อื่นก็ขอให้อายุสั้น หลังจากนั้นมะเมี๊ยะก็ก้มลงกราบเจ้าน้อย และถอดผ้าโพกหัวออก สยายผมเอามาเช็ดเท้าเจ้าน้อยเพื่อแสดงความจงรักภักดี มะเมี๊ะเสียใจมาก ได้กอดขาเจ้าน้อยพร้อมร้องไห้ไม่ยอมหยุด ทุกๆคนที่อยู่ในเหตุการณ์รู้สึกสงสารและเวทนาในอุปสรรคของทั้งคู่เป็นอย่างมาก

หลังจากเหตุการณ์นี้เจ้าน้อยถูกเรียกไปสยาม และถูกจับแต่งงานกับสาวสวยชื่อเจ้าบัวชุม แต่เจ้าน้อยก็ไม่ได้สนใจใยดีเจ้าบัวชุมเลย ยังคงเว้าวอนถึงความรักที่มีแต่มะเมี๊ยะ แต่ก็ถูกกักขังอยู่ในสยามไม่ยอมให้กลับล้านนา ฝ่ายมะเมี๊ยะก็รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เวลาล่วงเลยไป 3 เดือนก็ยังไม่มีวี่แวว จึงตัดสินใจบวชชีเพื่อแสดงให้เห็นถึงคำมั่นสัญญาที่ไว้ให้กับเจ้าน้อย วันหนึ่งมะเมี๊ยะได้ยินข่าวว่าเจ้าน้อยกลับมาแล้ว จึงได้ไปรอพบที่หน้าประตูเมืองเพื่อขอพบ ฝ่ายเจ้าน้อยก็ไม่กล้าออกมาพบเกรงจะทำใจไม่ได้ทำได้แต่แอบมอง จึงได้ฝากแหวนทับทิมเพื่อแสดงถึงหัวใจที่จะอยู่กับมะเมี๊ยะเสมอและเงิน 800 บาท (ตอนนั้นเงินเดือนประมาณ 4 บาท) เพื่อให้แม่ชีใช้สอยตามต้องการ แต่มะเมี๊ยะรับแต่แหวนและกลับไป

ฝ่ายเจ้าน้อยหลังจากจากกับมะเมี๊ยะครั้งล่าสุดก็ตรอมใจ กินแต่สุราเพื่อดับทุกข์ ต่อมาไม่เกิน 6 ปีก็ได้เสียชีวิตลงจากพิษสุรา ศิริอายุรวมได้ 30 ปี ส่วนมะเมี๊ยะก็ได้บวชชีจนสิ้นอายุขัยตอน 73 ปี

เห็นไหมว่าความรักมันไม่สามารถจะแบ่งเชื้อชาติได้ ไม่ว่าจะแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา หรือฐานะที่หลายคนในปัจจุบันนี้มองว่าสำคัญที่สุด ก็ไม่อาจจะขัดขวางคำและความรู้สึกว่ารักได้ จากเรื่องนี้ ผมเลยอยากรณรงค์ให้ใครก็ตามที่มีคู่อยู่แล้วช่วยกันรักษากันให้ดี ใส่ใจกัน ให้ความรักแก่กันและกัน ทำให้ชีวิตของเราและเขาได้รู้สึกเติมเต็มเมื่อมีกันและกัน อย่าให้เสียโอกาสที่เราจะให้ความรักแก่กันและกันเลย เรามีโอกาสที่เจ้าน้อยกับมะเมี๊ยะไม่มี ถือว่าโชคดีมาก มาเถอะ มาช่วยกันเติมเต็มให้คนที่เรารักได้มีความสุข ช่วยกันพัฒนาประคับประครองให้ชีวิตดีขึ้นไปเรื่อยๆกันเถอะครับ

Getting ready! Nice photo from David Murray
31/01/2015

Getting ready!
Nice photo from David Murray

คราวนี้มาพบกับเรื่องราวของคู่รักระดับโลกที่คนจับตามองมากที่สุดเป็นคู่ที่เรียกได้ว่าเป็นคู่รักในตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ว...
30/01/2015

คราวนี้มาพบกับเรื่องราวของคู่รักระดับโลกที่คนจับตามองมากที่สุดเป็นคู่ที่เรียกได้ว่าเป็นคู่รักในตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ว่าได้ (ไม่ได้เว่อร์น้าาา) นั่นคือคู่ของ

Brad Pitt & Angelina Jolie

คู่นี้ถือว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกันทั้งฐานะและหน้าตาทั้งคู่เป็นนักแสดง Hollywood ชื่อดังระดับโลกทั้งคู่ ก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะพบกันนั้น ทั้งคู่เคยมีชีวิตการแต่งงานที่ไม่ประสบความสำเร็จกันมาก่อน โดยทาง Brad Pitt เคยแต่งงานมาหนึ่งครั้ง ในขณะที่ Jolie เคยแต่งมาถึงสองครั้ง

แต่แล้วโชคชะตาก็นำเรามาพบกัน! ทั้งคู่ได้มีโอกาสร่วมงานกันในปี 2004 ในหนังชื่อดังเรื่อง Mr & Mrs Smith ซึ่งในขณะนั้นทาง Brad เองยังมีภรรยาอยู่ ในขณะที่ Jolie เพิ่งเลิกร้างมา หลังจากนั้นกระแสข่าวลือว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็เริ่มดังขึ้น แต่ทาง Jolie ก็มาปฏิเสธแบบอ้อมๆ ว่าเธอไม่ชอบที่จะมีความสัมพันธ์กับคนที่มีครอบครัว เธอรับไม่ได้ที่จะรักคนแบบนั้น เหมือนที่พ่อเธอเคยทำกับแม่ของเธอ แต่แล้วในปี 2005 Brad ได้ประกาศหย่ากับ Jennifer Aniston และมีข่าวว่า Brad & Jolie ไปเที่ยวกันที่เคนย่าในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ยังไม่มีคำยืนยันจากทั้งสองฝ่าย จนในปี 2006 เรื่องราวที่คนทั่วโลกรอคอยก็มาถึง ทั้งคู่ประกาศว่า Jolie ได้ตั้งท้องแล้ว ทำให้ทั่วทั้งโลกเกิดกระแสฟีเวอร์ดังอย่าง "Brangelina Fever"

เรื่องราวความรักของทั้งคู่ดำเนินอย่างมีความสุข จนมาเจออุปสรรคที่ใหญ่โต หลังจากที่ Jolie ได้ผ่าตัดมะเร็งเต้านม เธอเริ่มไม่มีกำลังใจในการดำเนินชีวิต ไม่ดูแลตัวเอง อดอาหารจนน้ำหนักลดลงมากว่า 30 ปอนด์ ความสวยงามที่เคยมีได้จางหายไปหมด จน Brad เริ่มคิดว่าชีวิตไม่มีความสุขและอีกไม่นาน ชีวิตคู่ของเขาคงจบลง

แต่แล้วมาวันนึง Brad ก็คิดได้ว่า เขาได้มีผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก คนกว่าครึ่งโลกต่างหลงใหลและยกย่องในตัวเธอ และ Brad คือคนๆเดียวที่สามารถอยู่ใกล้และกอดเธอได้ หลังจากนั้นมา Brad เริ่มทำทุกอย่างที่จะทำให้ Jolie รู้สึกดี เช่น ส่งดอกไม้ให้เธอ ยกย่องเธอทั้งเวลาที่อยู่กันสองคนหรือต่อหน้าคนอื่นๆ และใช้ชีวิตทุกอย่างเพื่อ Jolie คนเดียว ซึ่งมันได้ผล Jolie กลับมาดีขึ้น เธอสวยขึ้น และมีความรักให้ Brad มากขึ้น จน Brad ถึงกับไม่เชื่อว่า Jolie จะรัก Brad ได้ถึงขนาดนี้ จน Brad ถึงขนาดกล่าวว่า "ภรรยานั้นไม่ใช่ภาพอื่นไกล มันคือภาพสะท้อนของสามี หากคุณรักภรรยาอย่างสุดหัวใจ เธอก็จะรักคุณอย่างสุดหัวใจเช่นกัน"

เห็นไหมว่าความรักที่มีถึงแม้จะเจออุปสรรคอะไร แต่แค่คนเรารักกัน พร้อมที่จะให้อีกฝ่ายนึงจนหมดหัวใจ อย่างไรก็ตาม ความรักที่คุณให้ไปก็จะกลับมาหาคุณอย่างสวยงามที่สุด จนคุณไม่อยากจะเชื่อมันทีเดียว ผมเชื่อเช่นนั้น คุณหละเชื่อรึป่าว?

Adam&Eveแน่นอนว่าเราต้องเริ่มกันด้วยเรื่องราวของคู่รักคู่แรกตามความเชื่อของชาวคริสต์และอิสลาม (และที่สำคัญตามชื่อบริษัทเ...
30/01/2015

Adam&Eve

แน่นอนว่าเราต้องเริ่มกันด้วยเรื่องราวของคู่รักคู่แรกตามความเชื่อของชาวคริสต์และอิสลาม (และที่สำคัญตามชื่อบริษัทเราด้วย :p) ที่ทำให้มีมนุษย์โลกอย่างชาวเรามากมายจนถึงทุกวันนี้

จุดกำเนิดของเรื่องราวความรักระหว่าง Adam (Creation of Humankind) และ Eve (Mother of all living) เริ่มมาจากการที่พระเจ้าได้เป็นผู้สร้างโลกและทุกชีวิตขึ้นมา โดยการสร้างสองคนนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย โดยพระองค์ได้ทรงสร้าง Adam ขึ้นมาจากผงธุลีดิน หลังจากที่สร้าง Adam ขึ้นมาแล้วพระองค์ทรงเห็นว่า Adam ยังไม่มีคู่อุปถัมภ์ที่เหมาะสม จึงได้บรรจงสร้าง Eve ขึ้นมาจากกระดูกซี่โครงของ Adam ซึ่งทั้งสองก็ได้อยู่อาศัยกันอย่างมีความสุข จนมาวันหนึ่ง ได้โดนเจ้างูหลอกให้ไปกินผลไม้แห่งปัญญา(แอปเปิล) ซึ่งพอพระเจ้ารู้เข้าจึงได้ขับไล่ Adam&Eve ออกจากสวนเอเดน จนสืบเชื้อสายมีพวกเรามากมายจนถึงทุกวันนี้

เห็นไหมครับว่า ชาย หญิง อย่างเรานั้นเกิดมาคู่กัน พระเจ้าทรงบรรจงคิดบรรจงสร้างให้พวกเราคู่กัน ให้เราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ดังเช่น Adam&Eve ดั่งเพลงที่ว่า ฉันต้องคู่กับเธอมีเพียงแค่เธอ แค่เธอเท่านั้นน หูยยย เขิลเบยยย

จบกันไปแล้วของเรื่องราว Adam&Eve สนุกกันไหมมม รอชมเรื่องราวความรักของคู่รัก ระดับโลกต่อไปในโพสหน้านะทุกคนนน :D

Adam & Eve ก่อตั้งขึ้นมาจากความตั้งใจที่จะทำให้ความรักของทุกคนราบรื่นโดยเฉพาะเรื่องงานแต่งงาน เราต้องการเป็นทั้งเพื่อนคู...
29/01/2015

Adam & Eve ก่อตั้งขึ้นมาจากความตั้งใจที่จะทำให้ความรักของทุกคนราบรื่นโดยเฉพาะเรื่องงานแต่งงาน เราต้องการเป็นทั้งเพื่อนคู่คิด ผู้ให้คำแนะนำ และที่ปรึกษาในเรื่องการแต่งงาน ซึ่งสิ่งสำคัญคือ เราต้องการให้ทุกท่านหมดข้อกังวลใจในเรื่องของ ของขวัญในการแต่งงานเช่นของชำร่วย ของรับไหว้ และการ์ดงานแต่งงานที่เราคัดสรร ทั้งคุณภาพ และดีไซด์ โดยทีมงานมืออาชีพ

Stay tuned! กับบทความที่จะให้ประโยชน์และสนุกสนานเกี่ยวกับพิธีแต่งงาน และตัวอย่างสินค้าน่ารักๆจาก Adam & Eve :)

(ติดตามภาพสวยๆได้ทาง Instagram: adam.and.eve.thewedding)

ที่อยู่

Bangkok
10100

เบอร์โทรศัพท์

0805511519

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Adam & Eveผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์