17/05/2023
📍มาแล้วจ้าาา ครั้งที่แล้วน้องแอปเอาเทรนด์ตลาดความงามในประเทศมาฝากทุกคนแล้ว สำหรับวันนี้มาดูเทรนด์ตลาดสินค้าความงามในต่างประเทศกันบ้างค่ะ ว่าสินค้าไหนบ้างที่กำลังเป็นที่นิยม และสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกได้มากมายแค่ไหน ว่าแล้วก็โกอินเตอร์กันเลยยย…
📍ตลาดสินค้าความงามในต่างประเทศ สถิติการส่งออกของไทยในกลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ในปี 2565 พบว่า ไทยมีการส่งออกมูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,254.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (112,860.5 ล้านบาท) ขยายตัว 6.6% จากปีก่อนหน้า ซึ่งตลาดส่งออกสำคัญ คือ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย และจีน
📍ทั้งนี้ สามารถแบ่งสินค้าได้เป็น 2 กลุ่ม คือ เครื่องสำอาง เครื่องหอม และสบู่ มีมูลค่าการส่งออก 2,384.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (82,736.9 ล้านบาท) ขยายตัว 4.9% จากปีก่อนหน้า เป็นสัดส่วน 73.3% ของมูลค่าการส่งออกกลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ทั้งหมดของไทย และกลุ่มวัตถุดิบเพื่อใช้ทำเครื่องสำอาง มีมูลค่าการส่งออก 870.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (30,123.7 ล้านบาท) ขยายตัว11.4% จากปีก่อนหน้า เป็นสัดส่วน 26.7%
📍โดยสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง เครื่องหอม และสบู่ สินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
💆🏻♀️สิ่งปรุงแต่งสำหรับใช้กับผม เช่น ยาสระผม น้ำยาดัดยืด และผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม มีมูลค่าการส่งออก 716.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (24,787.0 ล้านบาท) ติดลบ 1.9% จากปีที่ผ่านมา
💄สิ่งปรุงแต่งที่ใช้แต่งหน้าหรือบำรุงผิว เช่น เครื่องสำอาง ครีม และโลชั่นบำรุงผิว มีมูลค่าการส่งออก 680.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (23,651.5 ล้านบาท) ขยายตัว 8.7%
🧼สบู่ มีมูลค่าการส่งออก 357.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (12,403.6 ล้านบาท) ขยายตัว 8.6%
🦷สิ่งปรุงแต่งเพื่ออนามัยในช่องปากและฟัน มีมูลค่าการส่งออก 329.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (11,423.0 ล้านบาท) ติดลบ 2.6%
🛀สิ่งปรุงแต่งใช้โกนหนวด อาบน้ำ ดับกลิ่นตัว มีมูลค่าการส่งออก 238.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (8,274.2 ล้านบาท) ขยายตัว2.2 %
📍จากรายงาน “2023 Global Beauty & Personal Care Trends” ของบริษัท Mintel (2022) ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคต่อสินค้าเพื่อความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ดังนั้น การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเป็นสิ่งจำเป็น รวมทั้งปัจจุบันผู้บริโภคได้รับข้อมูลความรู้จากผู้เชี่ยวชาญผ่านสื่อต่างๆ ทำให้ผู้ผลิตต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนแก่ผู้บริโภค
📍ดังนั้น ผู้ผลิตสินค้าเพื่อความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ต้องให้ความสำคัญกับคุณประโยชน์และประสิทธิภาพสินค้า ให้ความสนใจด้านจิตใจและอารมณ์ของผู้บริโภค มีความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน นอกจากนี้ ผู้บริโภคต้องการแสวงหาความงามเฉพาะบุคคล (Personal Beauty) จึงต้องออกแบบและพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ตามความต้องการ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมและสื่อสารกับแบรนด์ และการมีส่วนร่วมแบบใหม่ๆ ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ในช่องทางออนไลน์ ผู้ผลิตต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกสนุกตื่นเต้น เช่น การจำลองการใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีที่สร้างความเสมือนจริง Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) สร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคก่อนตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า
📍“ตลาดสินค้าเพื่อความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายเป็นตลาดที่น่าสนใจและยังมีช่องว่างที่จะเติบโตอีกมาก ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในการผลิต และมีโรงงานที่รับจ้างผลิตให้แบรนด์ดังระดับสากล (OEM) นอกจากนี้ ไทยยังมีจุดเด่นด้านการมีวัตถุดิบสมุนไพร ซึ่งสามารถสกัดเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ”
📍อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทยต้องให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสินค้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ รวมถึงการพัฒนาแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ การให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และการใช้เทคโนโลยีสำหรับสื่อสารทางการตลาดเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภค
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ
#แอปมาเล่าเรื่อง #เดอะกรีนแอปเปิ้ล #รับผลิตOEM