12/12/2024
งานสวนหลวงเงียบหรือปัง ร้านไหนดี ร้านไหนดับ ทุกคนคงได้เห็น ได้ยิน ได้อ่าน ได้ฟังกันไปถ้วนหน้าแล้ว ขอพูดถึงด้านอื่นๆมั่งละกันครับ เผื่อปีต่อๆไปใครสนใจมาเที่ยวงานจะได้วางแผนถูก
1) ว่าด้วยเรื่องระยะเวลาจัดงาน
1.1) งานสวนหลวงจะจัดวันที่ 1-10 ธ.ค. ของทุกปีโดยไม่สนว่าจะเป็นวันอะไร จันทร์ อังคาร พุธ อะไร ไม่รู้ ไม่สน ตามนี้ เป๊ะๆ
1.2) พ่อค้าแม่ขายจัดบูทกันได้ตั้งแต่ 29 พ.ย. เพราะงั้นจริงๆแล้วบอกว่างานเริ่มตั้งแต่ 30 พ.ย. ก็ไม่ผิด แต่100% วันที่ 1 ธ.ค.
1.3) บางร้านอาจจะ 'ลดขนาด' ร้านกันในวันอาทิตย์สุดท้ายก่อนปิดงาน ด้วยหลายๆเหตุผล เช่น ไม่ไหวแล้ว หรือ ยอดไม่ปังของเหลือเยอะ ขนทีเดียวไม่หมด หรือไม่ก็ของขายหมดแล้ว (เช่นในปีที่ผ่านมาก็จะเกิดการลดขนาดกันในคืนวันอาทิตย์ที่ 8 ธ.ค.)
1.4) เนื่องจากร้านค้าเยอะ ทางสวนหลวง ร.9 อนุโลมให้เก็บของได้ถึงวันที่ 11 ธ.ค. (ใจดีมากๆ) ใครมาวิ่งช่วงเช้าวันที่ 11 ธ.ค. ก็ยังเหลือร้านให้ซื้อนิดหน่อยนะ แบบเก็บไปขายไป
1.5 )แต่ในภาพรวม เดินได้ ร้านเกิน 70% ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. จนถึง 10 ธ.ค. แน่นอนครับ
1.6) ตี5 - สามทุ่ม เดินไปเหอะ ไม่มีไล่
2) ในงานมีอะไร
2.1) โซนขายต้นไม้บริเวณรอบสนามราษฎร์ ใกล้ทางเข้า 6 (ประตูเฟื่องฟ้า) ขายพืชที่พบในตลาดไม้ประดับประเทศไทยทุกชนิดเท่าที่คุณจะนึกออก ไม้ผล ไม้ดอก สมุนไพร ผักแบบยังอยู่ในกระถาง แคคตัส กล้วยไม้ exoticต่างๆ อุปกรณ์การเกษตรขนาดเล็ก (กรรไกร จอบ เสียบ มีด etc.) ปุ๋ย ยา แต่พวกไม้ใหญ่/ไม้ล้อม ไม่มีมาจำหน่ายนะครับ
2.2) โซนประกวดพรรณไม้ชนิดต่างๆ ไว้ให้ชาวสวนไม้ประดับได้มาอวดของรักของหวง และเบ่งบารมีกัน โดยจะจัดแสดงบริเวณรอบๆสนามราษฎร์ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. (เพราะเค้าประกวดกันวันก่อนหน้าแล้ว) จนถึงประมาณ วันที่ 6-7 ธ.ค. แต่ละปีจะไม่แน่นอน
2.3) โซนขายอาหาร มีหลายบริเวณ ทั้งที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าถ.ศรีนคริทร์/ ด้านข้างบ่อน้ำตรงกลางสวน/ และโซนสนามราษฎร์ที่เป็นบริเวณขายต้นไม้ (จะขอพูดถึงในข้อต่อๆไป) และนอกจากนี้ยังมีร้านขายของอื่นๆและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาขายกล้าพันธุ์ไม้ผลหรือพันธุ์ไม้อื่นๆด้วยบริเวณใกล้ๆสำนักงานของทางสวนหลวงฯ
2.3) สวนสวยๆ และโซนพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ อันนี้เรียกว่าทางสวนมีเป็นปกติอยู่แล้ว มานอกช่วงเวลานี้ก็มีให้ดู แต่มาตอนนี้ก็คึกคักหน่อย
2.4) มีงานแสดงดอกไม้ไฟในคืนวันที่ 1 และ 10 ธ.ค. (ในคลิปเป็นวันที่ 10 ธ.ค.) ช่วงเวลาประมาณ 19:00
2.5) มีรถเวียนบริการรอบสวน (20 บาท) เพลินดีๆ นั่งเล่นสบายๆชมไม้ แอบชิวอย่างไม่น่าเชื่อ ตั๋วใบเดียวชิวได้ทั้งวัน อันนี้ช่วงปกติไม่มีนะ
3) ค่าใช้จ่าย - เป็นช่วงที่ทางสวนหลวงจะเก็บค่าเข้าสวน คนละ 20 บาท รถยนต์คันละ 50 บาท แทกซี่วนเข้ามาส่งเฉยๆได้ ไม่คิดเงิน นอกนั้นก็จะแล้วแต่บุคคลแล้ว เช่นกินอะไรมั้ย หรือ ชอปไม้เยอะรึเปล่าเป็นต้น
4) การเดินทาง
4.1) นำรถยนต์ส่วนตัวมาได้ ที่จอดแบบสุ่มกาชาตู้ที่เกลือ ถ้าอยากได้ที่จอดแน่นอนแบบไม่รันทดแนะนำมาก่อน 10:00 ถ้าอยากได้ที่จอดแบบพรีเมียมแนะนำก่อน 08:00 ครับ ถ้าไม่ได้เจาะจงซื้อต้นไม้ เข้าทางที่สะดวกได้เลย ถ้าเจาะจงซื้อต้นไม้เข้าประตูเฟื่องฟ้าจะใกล้ที่สุดครับ
4.2) นำรถยนต์มาเอง จอดพาราไดส์ริมถนนศรีนครินทร์(ไม่มีค่าจอดรถด้วยนะ) ออกทางออกฝั่งวิลล่า นั่งวินเข้ามา 15 บาท (ราคา ณ ธันวาคม 2024)
4.3) รฟฟ. สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 เดินมา 50 เมตร ซอยพาราไดส์ นั่งวินเช่นกัน
4.4) รฟฟ. สายสีเขียว สถานีปุณวิถี/ อุดมสุข นั่ง taxi ต่อมา ไม่เกิน 100 บาท ได้ยินว่ามีสองแถวด้วยจากทั้ง 2 สถานี แต่ไม่ได้ลอง
5) ควรมาช่วงไหนของวัน
ถ้าไม่กลัวร้อนมาได้ตลอด กลัวร้อนก็ไม่เกิน 9 โมง หรือ หลัง บ่าย 4
6) อาหารการกิน
**ขอออกตัวว่าไม่ได้กินทุกร้าน และอาจจะเป็นคนรสนิยมการกินไม่เหมือนชาวบ้านนะครับ**
6.1) ราคา- อาหารในสวนราคาค่อนข้างสูง เข้าใจได้ว่าเพราะมีค่าเช่าแผงที่ราคาประมาณนึง ราคาจะเหมือนกินฟู้ดคอร์ทในห้างสรรพสินค้า
6.2) คุณภาพ - รสชาติ ในภาพรวมคือ ทานได้ ไม่ถึงกับกินไม่ลง แต่ส่วนใหญ่คือจะเป็น กินได้ แต่จะไม่กินอีก ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้ทานทุกร้านครับ ร้านดีๆคงมี แค่ผมอยู่ 10 วัน กินไป 15มื้อ+ ผมไม่เจอ
6.3) สุขอนามัย - หึหึหึ ร้านดีๆมีครับ ร้านหึหึ เยอะ เลือกกันดีๆนะ เมืองไทยเมืองร้อน ออกบูทกลางแจ้ง ต้องดูดีๆ
6.4) ทางเลือกอื่นๆ - สั่ง rider ส่งอาหารได้ที่ประตูต่างๆครับ ทางสวนไม่ได้ห้าม ส่วนตัวไม่ใช่คนติดสั่งอาหาร delivery แต่ขอบคุณทางสวนมากๆ ที่ยังเหลือทางนี้ไว้ให้ หิ้วมาเอง สั่งมากินในสวน ไม่มีการห้าม ช่วยกันรักษาความสะอาดด้วยน้าาา
7) ข้อควรทราบอื่นๆ
7.1) วันที่ 5 คนจะเยอะแบบมากๆ เพราะนอกจากชาวไทย ชาวเพื่อนบ้านเราที่ทำงานใน กทม. ปริมณฑลจะมารวมกันที่สวนในวันนี้ด้วย แต่เพลินๆนะเป็นสีสัน เค้าแต่งตัวกันมาเต็มที่แบบเหมือนวัยรุ่นเที่ยวคาเฟอ่ะ น่ารักดี และทางสวนไม่อนุญาตให้ดื่มกอฮอล์อยู่แล้ว บรรยากาศสงบเรียบร้อยครับ
7.2) วันที่ 5 ไม่มีพลุนะครับ ดังที่บอกใน 2.4) ครับ
7.3) หากจะมาดูพลุในคืนวันที่ 10 ธ.ค. เผื่อเวลาเดินทางกลับมากๆแบบมากๆครับ วันที่ 1 ธ.ค. ไม่เท่าไหร่
7.4) เตรียมน้ำดื่ม พัดลม พัดมือ หมวก ครีมกันแดด ร่ม อะไรแบบนี้มาช่วยได้มากครับ
7.5) ในช่วงแรกๆของงาน (1-4 ธ.ค.) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะเสด็จเปิดงานอย่างเป็นทางการในทุกๆปี อาจจะมีบางช่วงที่ทางสวนหลวงฯงดนำรถเข้า หรือ งดสัญจรในบางส่วนของสวนครับ
--
สรุปแบบเวอร์ชันคนจะมาเดินเท่าที่นึกออกก็จะประมาณนี้ครับ ปีนี้ไม่ใช่ปีแรกที่มางานสวนหลวงแต่เป็นปีแรกที่มีส่วนร่วมมากขนาดนี้ ก็ได้เห็นอะไรในอีกหลายๆมุมครับ ปีหน้าถ้ามีโอกาสก็จะมาอีกครับ สนุกดี 🤣
ทำตัวเหมือนว่างเนอะพิมอะไรยาวๆ