Good Network Co.,Ltd.

Good Network Co.,Ltd. บริษัท กู๊ด เน็ตเวิร์ค จำกัด

เข้าสู่โค้งสุดท้ายในการเฟ้นหาสุดยอดผลงานผ้าทอและหัตถกรรมฝีมือดีจากช่างทอผ้าและผู้ประกอบการ OTOP จากตัวแทนทั่วประเทศ     ...
24/10/2025

เข้าสู่โค้งสุดท้ายในการเฟ้นหาสุดยอดผลงานผ้าทอและหัตถกรรมฝีมือดีจากช่างทอผ้าและผู้ประกอบการ OTOP จากตัวแทนทั่วประเทศ
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน จัดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรม ประจำปี 2568 รอบตัดสินระดับภาค (Quarter Final) และรอบรองชนะเลิศ ระดับประเทศ (Semi Final) เมื่อเร็วๆ นี้
นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการประกวดในระดับภูมิภาคที่ผ่านมาที่ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของช่างทอผ้าและช่างหัตถศิลป์ไทยในการนำลายผ้าพระราชทาน มาผสมผสานกับกับอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างงดงามและน่าประทับ
โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและนักออกแบบแถวหน้า ตลอดจนผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วมคัดเลือกผลงานจากตัวแทน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วมชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ รวม 59 ชิ้นงาน เป็นประเภทผ้า 54 ผืน และงานหัตถกรรม 5 ชิ้นงาน
ร่วมติดตามเป็นกำลังใจให้กับผู้เข้าประกวดทุกคนในรอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร
#กระทรวงมหาดไทย
#กรมการพัฒนาชุมชน
#ผ้าไทยใส่ให้สนุก
#ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์

“ธรรมศาสตร์” เปิดหลักสูตร TU ESG NEXT  หวังสร้างผู้นำองค์กรเพื่อความยั่งยืน ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี...
06/10/2025

“ธรรมศาสตร์” เปิดหลักสูตร TU ESG NEXT หวังสร้างผู้นำองค์กรเพื่อความยั่งยืน
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประธานที่ปรึกษาหลักสูตร TU ESG NEXT FOR SUSTAINABILITY LEADERSHIP กล่าวว่า ปัจจุบันธรรมศาสตร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ ได้ร่วมมือกับบริษัท บ้านซีเอสอาร์ จำกัด โดย ดร.วรวุฒิ ไชยศร กรรมการผู้จัดการ ได้ร่วมกันเปิดการอบรมหลักสูตร TU ESG NEXT FOR SUSTAINABILITY LEADERSHIP โดยเน้นจุดแข็งด้านองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยมีแนวคิดและทำเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมานาน ”
หลักสูตรนี้ ออกแบบมาเพื่อเน้นการสร้างผู้นำเพื่อความยั่งยืน โดยเฉพาะผู้บริหารจากทั้งราชการ รัฐวิสาหกิจและเอกชน ให้มีการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำยุคใหม่ที่สามารถเปิดมุมมองด้านความยั่งยืน รวมถึงการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ และการสร้างเครือข่ายผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่พร้อมต่อการขับเคลื่อนองค์กรในโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยมีความมุ่งหวังให้ผู้ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรนี้สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่มีไปเปลี่ยนแปลงองค์กรของตัวเองเพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล”
หลักสูตร มีวิทยากรทั้งจากคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยและผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ที่มาก ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน อาทิ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พิชัย จิราธิวัฒน์ จากบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายพิริยะ เข็มพล จากบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) วชิระชัย คูนำวัฒนา จากบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ - ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด
เปิดอบรมเป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงมีนาคม 2569 ณ โรงแรมอัศวิน ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ผู้สนใจเข้าอบรมสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน Facebook : TU ESG NEXT หรือโทร 093 756 8318 ฝ่ายงานประชาสัมพันธ์หลักสูตร

เปิดตัวสกินแคร์ น้องใหม่ แบร์ลี่ แบร์ สกินแคร์ น้องใหม่ ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวของสาวเจน Yเกวรินทร์ โชติวิจิตร  ผู้ก่อตั้งผล...
05/06/2025

เปิดตัวสกินแคร์ น้องใหม่ แบร์ลี่ แบร์ สกินแคร์ น้องใหม่ ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวของสาวเจน Y

เกวรินทร์ โชติวิจิตร ผู้ก่อตั้งผลิตภัณฑ์สกินแคร์ แบร์ลี่ แบร์ ( barely bare ) บริษัท โอเค เอฟเวอร์มอร์ จำกัด เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สกินแคร์ แบรนด์แบร์ลี่ แบร์ ว่า เกิดจากความเชื่อที่ว่า ผู้หญิงทุกคนควรได้ใช้
สกินแคร์ที่มีคุณภาพดี มีประสิทธิภาพ ในราคาที่จับต้องได้ สมเหตุสมผล และให้ผลลัพธ์ที่ดีสามารถพิสูจน์ได้ เราเชื่อว่าการมีผิวสุขภาพดีไม่ควรเป็นเรื่องยาก ทุกคนควรเข้าถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ใช้งานง่าย และได้ผลจริง เป้าหมายสูงสุดของเรา คือการช่วยให้ทุกคนมีผิวสุขภาพดีและรู้สึกมั่นใจในตัวเอง
การพัฒนาแบร์ลี่ แบร์ มาจากแนวคิดว่า 'ความมั่นใจเริ่มต้นจากผิวที่แท้จริง' สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากสกินแคร์อื่นๆ คือ เราเลือกใช้ส่วนผสมคุณภาพสูงจากธรรมชาติที่มีงานวิจัยรองรับ เช่น SKIN SAVE™ จากพืชเมดิเตอร์เรเนียน ที่ช่วยฟื้นฟูและปลอบประโลมผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้แต่ผิวบอบบางมาก ผ่านการทดสอบกับผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสี จึงเป็นข้อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ของแบร์ลี่ แบร์
เกวรินทร์ เจ้าของแบรนด์ แบร์ลี่ แบร์ ยังกล่าวอีกว่า สกินแคร์ แบร์ลี่ แบร์ เป็นสกินแคร์ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ทรงประสิทธิภาพทุกด้านไว้ด้วยกัน ได้แก่
• คุณภาพที่ดี - ใช้ส่วนผสมที่มีงานวิจัยรองรับประสิทธิภาพ
• ราคาที่เข้าถึงได้ - การบำรุงผิวให้มีสุขภาพดี ไม่จำเป็นต้องจ่ายในราคาที่แพงเกินไป
• ใช้งานง่าย - ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้หลายขั้นตอนให้วุ่นวาย โดยไม่จำเป็น
• ปลอดภัย - เหมาะกับผิวคนไทย แม้ผิวที่บอบบางแพ้ง่าย
ที่สำคัญ เราเชื่อว่านวัตกรรมดีๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจผิวอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว เราจึงให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพจริงและยั่งยืน
ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ แบร์ลี่ แบร์ สะท้อนปรัชญาของเรา ที่เชื่อว่าเมื่อเรามีผิวแข็งแรงและสุขภาพดี เราจะรู้สึกมั่นใจในตัวเอง แม้ในวันที่ไม่ได้แต่งหน้า หรือ 'แทบจะเปลือย' ผิวเผยสู่โลกภายนอกโดยไม่ต้องกังวลใจ
ผลิตภัณฑ์กันแดดของเราใช้เทคโนโลยีแคปซูลกันแดดที่ปกป้องผิวโดยไม่ระคายเคือง ไม่เหนอะหนะ เหมาะกับผิวบอบบาง ช่วยป้องกันริ้วรอยและฝ้า กระ นอกจากนี้ สกินแคร์ แบร์ลี่ แบร์ ยังมีอีก 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เซรั่มและมอยซ์เจอไรเซอร์ที่เน้นการซ่อมแซม 'เกราะปกป้องผิว' ที่เสื่อมลงตามวัย ให้ผิวกลับมาแข็งแรง ชุ่มชื้น และสามารถปกป้องตัวเองได้ตามธรรมชาติ
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ แบร์ลี่ แบร์ ทุกผลิตภัณฑ์ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน น้ำมันแร่ และสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เพราะเราเข้าใจว่าผิวต้องการการดูแลที่อ่อนโยนแต่มีประสิทธิภาพ
ช่องทางการตลาด ผู้หญิงที่อยู่ในวัยตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของแบร์ลี่ แบร์ ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Shopee Line Shopping และ TikTok

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จัดงานแถลงข่าว “Kick Off การมอบโฉนดต้น...
08/05/2025

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จัดงานแถลงข่าว “Kick Off การมอบโฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา” เตรียมจัดใหญ่ 14 พฤษภาคม นี้ มอบสิทธิเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากต้นไม้และต้นยางพารา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ด้านนายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เล็งเห็นว่าต้นไม้ซึ่งอยู่ในพื้นที่ทำกินของเกษตรกรเอง โดยเฉพาะต้นยางพารามีศักยภาพมากกว่าแค่การให้ผลผลิต แต่ยังสามารถกลายเป็นทรัพย์สินที่นำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ งานแถลงข่าวในวันนี้จึงถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายเร่งรัดจัดที่ดินทำกินให้กับเกษตรกร ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เตรียม “Kick Off การมอบโฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา” ขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม นี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการนำนโยบายด้านการเกษตรไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะแนวคิด “โฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา” ซึ่งเป็นการพลิกบทบาทของต้นไม้จากทรัพยากรธรรมชาติให้กลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ สามารถใช้เป็นหลักประกันทางการเงินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นับเป็นครั้งแรกที่ต้นไม้ที่เกษตรกรปลูกเองจะสามารถนำมาใช้เป็นหลักทรัพย์ทางเศรษฐกิจได้จริง โดยไม่จำเป็นต้องขายที่ดินหรือโค่นต้นต้นเหล่านั้น นอกจากจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดภาระหนี้นอกระบบแล้ว ยังช่วยเปิดประตูสู่โอกาสทางการเงินรูปแบบใหม่ให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุนได้สะดวกขึ้น โครงการนี้ยังสอดรับกับแนวทางเศรษฐกิจสีเขียวในระดับสากล โดยสนับสนุนให้เกษตรกรสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตของต้นไม้ และการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินจากพื้นที่เพาะปลูกอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการวางรากฐานข้อมูลต้นไม้ที่สามารถนำไปใช้วางแผนพัฒนานโยบายในระยะยาว ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย ด้วยแนวทางที่ทันสมัย เชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการเงินในรูปแบบใหม่อย่างแท้จริง
ด้านนายสุขทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กยท. มุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตและโอกาสทางเศรษฐกิจของเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ โดยภายในงานดังกล่าวจะมีการนำเสนอ “กระบวนการออกโฉนดต้นยางพารา” อย่างละเอียด ครอบคลุมขั้นตอนการขึ้นทะเบียน การประเมินมูลค่า และแนวทางการใช้โฉนดต้นยางพาราเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนของเกษตรกร อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ “การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)” ระหว่าง กยท. และ ส.ป.ก. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดโอกาสให้โฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางกลายเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายเนื้อไม้ กิจกรรมคาร์บอนเครดิต การลดภาษี หรือเพิ่มมูลค่าที่ดินในอนาคต ไฮไลต์ของงาน คือ การมอบโฉนดต้นยางพารา จำนวน 20 ฉบับ แก่เกษตรกรชาวสวนยางที่เข้าร่วมโครงการบนเวที เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กยท. ในการขับเคลื่อนโครงการนี้ให้เกิดผลจริงอย่างยั่งยืน กยท. ขอเชิญชวนสื่อมวลชน พี่น้องเกษตรกร และประชาชนทั่วไปร่วมติดตามงาน “Kick Off การมอบโฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา” ถือเป็น ก้าวสำคัญในการยกระดับภาคเกษตรไทย และสร้างความมั่นคงในอาชีพแก่ชาวสวนยางทั่วประเทศ
ด้านนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มอบหมายให้ นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการ (ส.ป.ก.) เป็นผู้แทนในการแถลงข่าวถึงความสำคัญของโครงการ “โฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา” ว่าเป็นการต่อยอดนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งหวังให้การใช้ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเกิดมูลค่าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการนำ "ต้นไม้" มาใช้เป็นทรัพย์สินในระบบเศรษฐกิจ โครงการนี้ไม่เพียงเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรมีเครื่องมือทางการเงินใหม่ แต่ยังช่วยยกระดับบทบาทของต้นไม้ในภาคเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ เช่น การใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อ การลดภาษีที่ดิน การใช้สิทธิ์คาร์บอนเครดิต และการพัฒนาเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว นายเศรษฐเกียรติยังเน้นถึงความสำคัญของการรวบรวมข้อมูลต้นไม้ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งจะกลายเป็น "ฐานข้อมูลต้นไม้" สำหรับการวางแผนนโยบายในอนาคต และเป็นรากฐานสำหรับการส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าในพื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศ
กยท. และ ส.ป.ก. ขอเชิญร่วมงาน “Kick Off การมอบโฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา” ที่จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากต้นไม้เศรษฐกิจเป็นทรัพย์สินที่สามารถใช้เป็นหลักประกันได้จริง งานจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ พิธีมอบโฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพาราให้แก่เกษตรกร การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กยท. และ ส.ป.ก. ในการขับเคลื่อนโฉนดต้นไม้ในเขตปฏิรูปที่ดิน รวมถึงกิจกรรมมอบกล้าพันธุ์ไม้เพื่อส่งเสริมการปลูกต้นไม้เศรษฐกิจในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ขอเชิญเกษตรกร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมเรียนรู้แนวนโยบาย โอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับภาคเกษตรกรรมไทยในอนาคต

16/04/2025
แพคเกจพิเศษ น่าสนใจสุดๆ
06/03/2025

แพคเกจพิเศษ น่าสนใจสุดๆ

บริษัท ดำเนินธุรกิจงานด้านประชาสัมพันธ์และวางแผนสื่อนะคะไม่มีการประกาศรับสมัครทำงานออนไลน์ใดๆ ทั้งสิ้นระวังมิจฉาชีพแอบอ้...
28/08/2024

บริษัท ดำเนินธุรกิจงานด้านประชาสัมพันธ์และวางแผนสื่อนะคะ
ไม่มีการประกาศรับสมัครทำงานออนไลน์ใดๆ ทั้งสิ้น
ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างค่ะ

ขอเชิญสมัครเข้าร่วมการประกวดออกแบบตัดเย็บผ้าไทย ภายใต้โครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2567 ”New Gen Young Desig...
21/08/2024

ขอเชิญสมัครเข้าร่วมการประกวดออกแบบตัดเย็บผ้าไทย ภายใต้โครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2567

”New Gen Young Designer 2024“

สำหรับนักเรียน นักศึกษา ช่างแพทเทิร์น ช่างตัดเย็บ และ ผู้ที่มีความสนใจทั่วไป

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 25 สิงหาคม 2567
สามารถกรอกใบสมัครด้วยตนเองได้ที่
รายละเอียด กด 👇
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfdzZ-fwO_OeFm2ZdlqBaBdUZaFui76YPzWhSpt4eZbQGL6Gg/viewform

หรือผู้ที่สนใจสามารถสมัครและติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ทุกจังหวัด และ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ ทุกอำเภอ

#ผ้าไทยใส่ให้สนุก
#กรมการพัฒนาชุมชน

05/07/2024

JC UPDATE
รศ.ดร.มลินี สมภพเจริญ
อาจารย์ประจำ คณะสาธารณสุขศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล
Health Communication Expert

“ช่วงทีเรียนปริญญาตรี ได้มีโอกาสฝึกงานที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เซ็คชั่น Outlook มีคุณสายสนิท เอกชัย เป็นบก. และทำสารนิพนธ์เรื่อง การทำสารคดีในหนังสือพิมพ์”

รองศาสตราจารย์ ดร.มลินี สมภพเจริญ หรืออาจารย์เอ๋ JC34 เล่าให้ฟังถึงการเรียนปริญญาตรี ที่คณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์ โดยเลือกเรียนเอกหนังสือพิมพ์ และได้มีโอกาสฝึกงานที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ หลังจากจบปริญญาตรี แต่ยังไม่ทันได้ทำงานประจำที่ไหน ก็สอบติดปริญญาโท ภาควิชาวารสารสนเทศ (รวมหนังสือพิมพ์ และไอซีทีเข้าด้วยกัน) ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย เรียนไปด้วย โดยเป็นนักจัดรายการสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ ที่สถานีวิทยุจุฬาฯ FM.101.5 MHz. จากนั้นได้ไปทำงานเป็น Sub Editor จัดหน้าหนังสือพิมพ์ที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ เพื่อพัฒนาหัวข้อวิทยานิพนธ์ในช่วงที่เรียนปริญญาโท จนได้ไปเป็นอาจารย์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม อยู่ 11 ปี

แล้วจึงกลับมาเรียนต่อปริญญาเอก ที่คณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์ สาขาสื่อสารการเมือง ช่วงที่คณะฯ เปิดเป็นปีแรก จึงเป็นนักศึกษาปริญญาเอกรุ่นแรก ของคณะในเวลานั้น หลังจบปริญญาเอก จึงได้มาทำงานด้านวิชาการอย่างจริงจังที่มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

#ภูมิใจที่ได้เริ่มงานสื่อออนไลน์ในยุคต้นๆ
ก่อนจบปริญญาเอก อาจารย์เอ๋ ได้ทำงานด้านวิจัย วิเคราะห์การตลาดออนไลน์ ช่วงนั้นออนไลน์ยังไม่บูม ได้ร่วมงานกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ในนามบริษัท ไทยเดย์ดอทคอม จำกัด ช่วยงานด้านการวิเคราะห์ตลาด ทำ Poll ทำวิจัยในเรื่องที่คุณสนธิสนใจ และมอบหมายให้ทำ ในส่วนของ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ASTV และข่าวออนไลน์ ด้วยการเก็บข้อมูลแต่ละเพจ เช็คความสนใจเนื้อหาของผู้อ่าน เพื่อนำมาไปต่อยอดวาง Page Content หรือประเด็นข่าวให้ตรงใจผู้อ่าน

กองบรรณาธิการก็จะรู้ว่า เพจออนไลน์ไหนเป็นเพจที่ดึงดูดผู้อ่าน และคอนเท้นท์ไหนที่สนใจ จนได้พัฒนาเป็นสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ในปัจจุบัน

#เป็นนักวิชาการเต็มตัวที่มหาวิทยาลัยมหิดล
จากองค์กรสื่อ อาจารย์เอ๋ได้พลิกบทบาทมาในสายงานวิชาการ และงานวิจัยมากขึ้น ในฐานะที่เป็น Health Communication Expert เป็นเวลากว่า 15 ปี ที่ได้ทำงานสอน และลงลึกในงานวิจัยสาธารณสุข และสุขภาพ เพื่อนำงานวิจัยมาสอนนักศึกษาที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

งานที่ทำก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนักเพียงแต่เนื้อหาการสื่อสารจะเน้นหนักไปในด้านการสื่อสารสาธารณสุข และสุขภาพมากขึ้นเพื่อให้ประชาชนเกิดการตระหนัก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และนำไปสู่การป้องกันสุขภาพที่เป็นระบบมากขึ้น

งานสื่อสารนับเป็นหัวใจในการแก้ปัญหาสุขภาพไปสู่ประชาชน เป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างความตระหนักรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งในแต่ละวัยจะมีปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกันออกไป เช่น ปัญหาการสูบบุหรี่ในวัยรุ่น คณะวิจัยได้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้ซองบุหรี่พิมพ์ภาพอันตรายจากบุหรี่บนซอง ทำให้น่ากลัวขึ้น มีเรื่องของจิตวิทยาการใช้สี การวางรูปแบบบนซองบุหรี่ เพื่อให้คนตระหนักถึงพิษภัยจากบุหรี่ ทำให้ภาพเด่นขึ้น
หรือออกแบบภาพคำเตือนพิษภัยของบุหรี่บนตู้ขายบุหรี่ในร้านค้าโชห่วย มีภาพคำเตือนบนตู้ปิดบุหรี่ การรณรงค์ก็เพื่อลดภาระการรักษาและงบประมาณของรัฐ

เราเป็นหนึ่งในคณะทำงานในฐานะศูนย์วิจัยและควบคุมยาสูบ ของ สสส. ผลงานที่ผ่านมานับว่าประเทศไทยสามารถควบคุมจำนวนผู้สูบบุหรี่หน้าใหม่ได้ดี ขณะเดียวกันการทำงานวิจัยหลังจากการเผยแพร่สื่อรณรงค์ไป ก็มีการวิจัยถึงผลการป้องกันโรคต่างๆ มากขึ้น เช่น นักศึกษามีการทำสารนิพนธ์ เรื่องการวัดความรู้มะเร็งเต้านม ความตั้งใจการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองหรือเครื่องเมมโมแกรม เราก็จะวัดว่า ประชาชนมีความรู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน การเช็คตัวเองก็เป็นการป้องกันทางหนึ่ง ถ้าเป็นระยะมากแล้วจะรักษายาก เพราะการสูญเสียบุคลากรในวัยทำงานมากก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจ

นอกจากประชาชนต้องมีความรู้เรื่องอันตรายจากพฤติกรรมเสี่ยงแล้ว ยังต้องมีการผลักดันให้เป็นนโยบาย หรือออกกฎหมายด้วยเพื่อลดการบาดเจ็บล้มตายของประชากรด้วย ตัวอย่างเช่น บุหรี่ อายุ 18 ปี ห้ามซื้อ เป็นต้น ปัจจุบันก็มีปัญหาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ที่ต้องควบคุมและรณรงค์ให้เห็นพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีเพิ่มขึ้นในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งต้องใช้การวิจัยเป็น Database ในการรณรงค์ จากการไปดูงานที่ญี่ปุ่นพบว่า มีบริษัทญี่ปุ่นผลิตขาย ในเชิงการแพทย์มีคนเข้ามาหาหมอด้วยโรคปอดในอายุที่น้อยลง มีการห้ามว่าการขายบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีการขายทางออนไลน์

#การนำสื่อสารสุขภาพไปประยุกต์เพื่อรณรงค์ให้เกิดการส่งเสริมสุขภาพด้านต่างๆในสังคม
โครงการรณรงค์สุขภาพเพื่อสังคมที่ทำอยู่ในขณะนี้ มีเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เราพบว่า เด็กวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี เป็นโรคซิฟิลิสมากขึ้น จากการสำรวจเราเห็นว่า ตำราเรียนเป็นสื่อที่ดีสำหรับเด็ก แต่ตำราเรียนไม่ค่อยได้พูดถึงโรคซิฟิลิส พฤติกรรมของเด็ก การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ทำให้เขาไม่รู้ว่า อาการของซิฟิลิสเป็นอย่างไร ทางทีมงานก็มีการออกแบบเป็นการ์ตูนออนไลน์เพื่อให้วัยรุ่นเข้าใจถึงโรคซิฟิลิสว่า มีสาหตุจากอะไร มีอาการอย่างไร และจะป้องกันอย่างไร

เรามีการเก็บข้อมูล ดูเรื่องระบาดวิทยา เมื่อตัวเลขสูงขึ้น ก็จะมีการวางแผนรณรงค์ป้องกัน ให้นักศึกษาที่เรียนด้านดิจิทัล มีเดีย ออกแบบเป็นการ์ตูน และเอาสื่อไปเผยแพร่ มีการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่น หรือหน่วยงานก็จะเอาข้อมูลการวิจัยไปแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้และป้องกันเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยลง ซึ่งจะมีหน่วยงานกลางที่สังกัด สสส. ที่เปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาต่างๆ เข้ามาช่วยทำงานวิจัยในประเด็นปัญหาทางสาธารณสุข

#งานวิจัยมีเสน่ห์
งานวิจัยเป็นงานที่มีเสน๋ห์ เป็นผลงานเชิงประจักษ์ที่เราเอามาจากสังคมจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่มโนขึ้นเอง ถ้านักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่ต้องการเรียนรู้สังคม พฤติกรรมของคน งานวิจัยถือเป็นข้อมูลพื้นฐานที่เอาไปต่อยอดงานวางแผนโฆษณา วางแผนในการสร้างแบรนด์ วางแผนรณรงค์ประเด็นสาธารณะได้ ตัวเลขเป็นข้อมูลที่ใครเถียงเราไม่ได้ มีทั้งข้อมูลเชิงปริมาณ ขณะเดียวกันข้อมูลเชิงคุณภาพ ก็ช่วยให้เราตอบคำถาม Why ได้ว่า ทำไมจึงเกิดปัญหานี้ และเราจะแก้ปัญหาอย่างไร ข้อมูลช่วยลดความผิดพลาดได้ เป็นการวัด feedback ที่มีหลักฐาน

รองศาสตราจารย์ ดร.มลินี สมภพเจริญ Malinee Sombhopcharoen หรืออาจารย์เอ๋ เป็นนักวิชาการที่มีภูมิความรู้ในการนำเอาวารสารศาสตร์ มาใช้ร่วมกับสาธารณสุขศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ พฤติกรรมศาสตร์ ได้อย่างลงตัวในบทบาทของนักสื่อสารสาธารณสุขที่กำลังเป็นปัญหาของสังคม เราคงดีใจ ที่องค์ความรู้ด้านการสื่อสารช่วยลดปัญหาทางสาธารณสุข คนเจ็บป่วยน้อยลง คนรู้จักป้องกันตัวเองมากขึ้น มีพฤติกรรมการกินอยู่อย่างถูกต้อง จากการสื่อสารด้านสุขภาพที่รณรงค์กันในทุกวัน
#ศิษย์JCที่เราภูมิใจ
#นักสื่อสารด้านสาธารณสุข


#มหาวิทยาลัยมหิดล
#ปริญญาเอกวารสารรุ่นแรก

ยอดขายพุ่งทะลุเป้า
27/06/2024

ยอดขายพุ่งทะลุเป้า

ที่อยู่

28/72 หมู่บ้านฮาบิเทีย วัชรพล ถนนวัชรพล แขวงคลองถนน เขตสายไหม
Bangkok
10220มือถือ0819173441

เบอร์โทรศัพท์

+66819173441

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Good Network Co.,Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Good Network Co.,Ltd.:

แชร์