Good Network Co.,Ltd.

  • Home
  • Good Network Co.,Ltd.

Good Network Co.,Ltd. บริษัท กู๊ด เน็ตเวิร์ค จำกัด

เข้าสู่โค้งสุดท้ายในการเฟ้นหาสุดยอดผลงานผ้าทอและหัตถกรรมฝีมือดีจากช่างทอผ้าและผู้ประกอบการ OTOP จากตัวแทนทั่วประเทศ     ...
24/10/2025

เข้าสู่โค้งสุดท้ายในการเฟ้นหาสุดยอดผลงานผ้าทอและหัตถกรรมฝีมือดีจากช่างทอผ้าและผู้ประกอบการ OTOP จากตัวแทนทั่วประเทศ
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน จัดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรม ประจำปี 2568 รอบตัดสินระดับภาค (Quarter Final) และรอบรองชนะเลิศ ระดับประเทศ (Semi Final) เมื่อเร็วๆ นี้
นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการประกวดในระดับภูมิภาคที่ผ่านมาที่ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของช่างทอผ้าและช่างหัตถศิลป์ไทยในการนำลายผ้าพระราชทาน มาผสมผสานกับกับอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างงดงามและน่าประทับ
โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและนักออกแบบแถวหน้า ตลอดจนผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วมคัดเลือกผลงานจากตัวแทน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วมชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ รวม 59 ชิ้นงาน เป็นประเภทผ้า 54 ผืน และงานหัตถกรรม 5 ชิ้นงาน
ร่วมติดตามเป็นกำลังใจให้กับผู้เข้าประกวดทุกคนในรอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร
#กระทรวงมหาดไทย
#กรมการพัฒนาชุมชน
#ผ้าไทยใส่ให้สนุก
#ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์

“ธรรมศาสตร์” เปิดหลักสูตร TU ESG NEXT  หวังสร้างผู้นำองค์กรเพื่อความยั่งยืน ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี...
06/10/2025

“ธรรมศาสตร์” เปิดหลักสูตร TU ESG NEXT หวังสร้างผู้นำองค์กรเพื่อความยั่งยืน
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประธานที่ปรึกษาหลักสูตร TU ESG NEXT FOR SUSTAINABILITY LEADERSHIP กล่าวว่า ปัจจุบันธรรมศาสตร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ ได้ร่วมมือกับบริษัท บ้านซีเอสอาร์ จำกัด โดย ดร.วรวุฒิ ไชยศร กรรมการผู้จัดการ ได้ร่วมกันเปิดการอบรมหลักสูตร TU ESG NEXT FOR SUSTAINABILITY LEADERSHIP โดยเน้นจุดแข็งด้านองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยมีแนวคิดและทำเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมานาน ”
หลักสูตรนี้ ออกแบบมาเพื่อเน้นการสร้างผู้นำเพื่อความยั่งยืน โดยเฉพาะผู้บริหารจากทั้งราชการ รัฐวิสาหกิจและเอกชน ให้มีการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำยุคใหม่ที่สามารถเปิดมุมมองด้านความยั่งยืน รวมถึงการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ และการสร้างเครือข่ายผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่พร้อมต่อการขับเคลื่อนองค์กรในโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยมีความมุ่งหวังให้ผู้ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรนี้สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่มีไปเปลี่ยนแปลงองค์กรของตัวเองเพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล”
หลักสูตร มีวิทยากรทั้งจากคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยและผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ที่มาก ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน อาทิ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พิชัย จิราธิวัฒน์ จากบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายพิริยะ เข็มพล จากบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) วชิระชัย คูนำวัฒนา จากบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ - ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด
เปิดอบรมเป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงมีนาคม 2569 ณ โรงแรมอัศวิน ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ผู้สนใจเข้าอบรมสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน Facebook : TU ESG NEXT หรือโทร 093 756 8318 ฝ่ายงานประชาสัมพันธ์หลักสูตร

เปิดตัวสกินแคร์ น้องใหม่ แบร์ลี่ แบร์ สกินแคร์ น้องใหม่ ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวของสาวเจน Yเกวรินทร์ โชติวิจิตร  ผู้ก่อตั้งผล...
05/06/2025

เปิดตัวสกินแคร์ น้องใหม่ แบร์ลี่ แบร์ สกินแคร์ น้องใหม่ ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวของสาวเจน Y

เกวรินทร์ โชติวิจิตร ผู้ก่อตั้งผลิตภัณฑ์สกินแคร์ แบร์ลี่ แบร์ ( barely bare ) บริษัท โอเค เอฟเวอร์มอร์ จำกัด เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สกินแคร์ แบรนด์แบร์ลี่ แบร์ ว่า เกิดจากความเชื่อที่ว่า ผู้หญิงทุกคนควรได้ใช้
สกินแคร์ที่มีคุณภาพดี มีประสิทธิภาพ ในราคาที่จับต้องได้ สมเหตุสมผล และให้ผลลัพธ์ที่ดีสามารถพิสูจน์ได้ เราเชื่อว่าการมีผิวสุขภาพดีไม่ควรเป็นเรื่องยาก ทุกคนควรเข้าถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ใช้งานง่าย และได้ผลจริง เป้าหมายสูงสุดของเรา คือการช่วยให้ทุกคนมีผิวสุขภาพดีและรู้สึกมั่นใจในตัวเอง
การพัฒนาแบร์ลี่ แบร์ มาจากแนวคิดว่า 'ความมั่นใจเริ่มต้นจากผิวที่แท้จริง' สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากสกินแคร์อื่นๆ คือ เราเลือกใช้ส่วนผสมคุณภาพสูงจากธรรมชาติที่มีงานวิจัยรองรับ เช่น SKIN SAVE™ จากพืชเมดิเตอร์เรเนียน ที่ช่วยฟื้นฟูและปลอบประโลมผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้แต่ผิวบอบบางมาก ผ่านการทดสอบกับผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสี จึงเป็นข้อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ของแบร์ลี่ แบร์
เกวรินทร์ เจ้าของแบรนด์ แบร์ลี่ แบร์ ยังกล่าวอีกว่า สกินแคร์ แบร์ลี่ แบร์ เป็นสกินแคร์ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ทรงประสิทธิภาพทุกด้านไว้ด้วยกัน ได้แก่
• คุณภาพที่ดี - ใช้ส่วนผสมที่มีงานวิจัยรองรับประสิทธิภาพ
• ราคาที่เข้าถึงได้ - การบำรุงผิวให้มีสุขภาพดี ไม่จำเป็นต้องจ่ายในราคาที่แพงเกินไป
• ใช้งานง่าย - ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้หลายขั้นตอนให้วุ่นวาย โดยไม่จำเป็น
• ปลอดภัย - เหมาะกับผิวคนไทย แม้ผิวที่บอบบางแพ้ง่าย
ที่สำคัญ เราเชื่อว่านวัตกรรมดีๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจผิวอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว เราจึงให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพจริงและยั่งยืน
ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ แบร์ลี่ แบร์ สะท้อนปรัชญาของเรา ที่เชื่อว่าเมื่อเรามีผิวแข็งแรงและสุขภาพดี เราจะรู้สึกมั่นใจในตัวเอง แม้ในวันที่ไม่ได้แต่งหน้า หรือ 'แทบจะเปลือย' ผิวเผยสู่โลกภายนอกโดยไม่ต้องกังวลใจ
ผลิตภัณฑ์กันแดดของเราใช้เทคโนโลยีแคปซูลกันแดดที่ปกป้องผิวโดยไม่ระคายเคือง ไม่เหนอะหนะ เหมาะกับผิวบอบบาง ช่วยป้องกันริ้วรอยและฝ้า กระ นอกจากนี้ สกินแคร์ แบร์ลี่ แบร์ ยังมีอีก 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เซรั่มและมอยซ์เจอไรเซอร์ที่เน้นการซ่อมแซม 'เกราะปกป้องผิว' ที่เสื่อมลงตามวัย ให้ผิวกลับมาแข็งแรง ชุ่มชื้น และสามารถปกป้องตัวเองได้ตามธรรมชาติ
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ แบร์ลี่ แบร์ ทุกผลิตภัณฑ์ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน น้ำมันแร่ และสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เพราะเราเข้าใจว่าผิวต้องการการดูแลที่อ่อนโยนแต่มีประสิทธิภาพ
ช่องทางการตลาด ผู้หญิงที่อยู่ในวัยตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของแบร์ลี่ แบร์ ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Shopee Line Shopping และ TikTok

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จัดงานแถลงข่าว “Kick Off การมอบโฉนดต้น...
08/05/2025

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จัดงานแถลงข่าว “Kick Off การมอบโฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา” เตรียมจัดใหญ่ 14 พฤษภาคม นี้ มอบสิทธิเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากต้นไม้และต้นยางพารา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ด้านนายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เล็งเห็นว่าต้นไม้ซึ่งอยู่ในพื้นที่ทำกินของเกษตรกรเอง โดยเฉพาะต้นยางพารามีศักยภาพมากกว่าแค่การให้ผลผลิต แต่ยังสามารถกลายเป็นทรัพย์สินที่นำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ งานแถลงข่าวในวันนี้จึงถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายเร่งรัดจัดที่ดินทำกินให้กับเกษตรกร ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เตรียม “Kick Off การมอบโฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา” ขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม นี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการนำนโยบายด้านการเกษตรไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะแนวคิด “โฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา” ซึ่งเป็นการพลิกบทบาทของต้นไม้จากทรัพยากรธรรมชาติให้กลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ สามารถใช้เป็นหลักประกันทางการเงินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นับเป็นครั้งแรกที่ต้นไม้ที่เกษตรกรปลูกเองจะสามารถนำมาใช้เป็นหลักทรัพย์ทางเศรษฐกิจได้จริง โดยไม่จำเป็นต้องขายที่ดินหรือโค่นต้นต้นเหล่านั้น นอกจากจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดภาระหนี้นอกระบบแล้ว ยังช่วยเปิดประตูสู่โอกาสทางการเงินรูปแบบใหม่ให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุนได้สะดวกขึ้น โครงการนี้ยังสอดรับกับแนวทางเศรษฐกิจสีเขียวในระดับสากล โดยสนับสนุนให้เกษตรกรสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตของต้นไม้ และการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินจากพื้นที่เพาะปลูกอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการวางรากฐานข้อมูลต้นไม้ที่สามารถนำไปใช้วางแผนพัฒนานโยบายในระยะยาว ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย ด้วยแนวทางที่ทันสมัย เชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการเงินในรูปแบบใหม่อย่างแท้จริง
ด้านนายสุขทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กยท. มุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตและโอกาสทางเศรษฐกิจของเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ โดยภายในงานดังกล่าวจะมีการนำเสนอ “กระบวนการออกโฉนดต้นยางพารา” อย่างละเอียด ครอบคลุมขั้นตอนการขึ้นทะเบียน การประเมินมูลค่า และแนวทางการใช้โฉนดต้นยางพาราเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนของเกษตรกร อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ “การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)” ระหว่าง กยท. และ ส.ป.ก. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดโอกาสให้โฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางกลายเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายเนื้อไม้ กิจกรรมคาร์บอนเครดิต การลดภาษี หรือเพิ่มมูลค่าที่ดินในอนาคต ไฮไลต์ของงาน คือ การมอบโฉนดต้นยางพารา จำนวน 20 ฉบับ แก่เกษตรกรชาวสวนยางที่เข้าร่วมโครงการบนเวที เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กยท. ในการขับเคลื่อนโครงการนี้ให้เกิดผลจริงอย่างยั่งยืน กยท. ขอเชิญชวนสื่อมวลชน พี่น้องเกษตรกร และประชาชนทั่วไปร่วมติดตามงาน “Kick Off การมอบโฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา” ถือเป็น ก้าวสำคัญในการยกระดับภาคเกษตรไทย และสร้างความมั่นคงในอาชีพแก่ชาวสวนยางทั่วประเทศ
ด้านนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มอบหมายให้ นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการ (ส.ป.ก.) เป็นผู้แทนในการแถลงข่าวถึงความสำคัญของโครงการ “โฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา” ว่าเป็นการต่อยอดนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งหวังให้การใช้ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเกิดมูลค่าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการนำ "ต้นไม้" มาใช้เป็นทรัพย์สินในระบบเศรษฐกิจ โครงการนี้ไม่เพียงเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรมีเครื่องมือทางการเงินใหม่ แต่ยังช่วยยกระดับบทบาทของต้นไม้ในภาคเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ เช่น การใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อ การลดภาษีที่ดิน การใช้สิทธิ์คาร์บอนเครดิต และการพัฒนาเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว นายเศรษฐเกียรติยังเน้นถึงความสำคัญของการรวบรวมข้อมูลต้นไม้ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งจะกลายเป็น "ฐานข้อมูลต้นไม้" สำหรับการวางแผนนโยบายในอนาคต และเป็นรากฐานสำหรับการส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าในพื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศ
กยท. และ ส.ป.ก. ขอเชิญร่วมงาน “Kick Off การมอบโฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา” ที่จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากต้นไม้เศรษฐกิจเป็นทรัพย์สินที่สามารถใช้เป็นหลักประกันได้จริง งานจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ พิธีมอบโฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพาราให้แก่เกษตรกร การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กยท. และ ส.ป.ก. ในการขับเคลื่อนโฉนดต้นไม้ในเขตปฏิรูปที่ดิน รวมถึงกิจกรรมมอบกล้าพันธุ์ไม้เพื่อส่งเสริมการปลูกต้นไม้เศรษฐกิจในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ขอเชิญเกษตรกร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมเรียนรู้แนวนโยบาย โอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับภาคเกษตรกรรมไทยในอนาคต

16/04/2025
แพคเกจพิเศษ น่าสนใจสุดๆ
06/03/2025

แพคเกจพิเศษ น่าสนใจสุดๆ

บริษัท ดำเนินธุรกิจงานด้านประชาสัมพันธ์และวางแผนสื่อนะคะไม่มีการประกาศรับสมัครทำงานออนไลน์ใดๆ ทั้งสิ้นระวังมิจฉาชีพแอบอ้...
28/08/2024

บริษัท ดำเนินธุรกิจงานด้านประชาสัมพันธ์และวางแผนสื่อนะคะ
ไม่มีการประกาศรับสมัครทำงานออนไลน์ใดๆ ทั้งสิ้น
ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างค่ะ

ขอเชิญสมัครเข้าร่วมการประกวดออกแบบตัดเย็บผ้าไทย ภายใต้โครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2567 ”New Gen Young Desig...
21/08/2024

ขอเชิญสมัครเข้าร่วมการประกวดออกแบบตัดเย็บผ้าไทย ภายใต้โครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2567

”New Gen Young Designer 2024“

สำหรับนักเรียน นักศึกษา ช่างแพทเทิร์น ช่างตัดเย็บ และ ผู้ที่มีความสนใจทั่วไป

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 25 สิงหาคม 2567
สามารถกรอกใบสมัครด้วยตนเองได้ที่
รายละเอียด กด 👇
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfdzZ-fwO_OeFm2ZdlqBaBdUZaFui76YPzWhSpt4eZbQGL6Gg/viewform

หรือผู้ที่สนใจสามารถสมัครและติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ทุกจังหวัด และ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ ทุกอำเภอ

#ผ้าไทยใส่ให้สนุก
#กรมการพัฒนาชุมชน

05/07/2024

JC UPDATE
รศ.ดร.มลินี สมภพเจริญ
อาจารย์ประจำ คณะสาธารณสุขศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล
Health Communication Expert

“ช่วงทีเรียนปริญญาตรี ได้มีโอกาสฝึกงานที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เซ็คชั่น Outlook มีคุณสายสนิท เอกชัย เป็นบก. และทำสารนิพนธ์เรื่อง การทำสารคดีในหนังสือพิมพ์”

รองศาสตราจารย์ ดร.มลินี สมภพเจริญ หรืออาจารย์เอ๋ JC34 เล่าให้ฟังถึงการเรียนปริญญาตรี ที่คณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์ โดยเลือกเรียนเอกหนังสือพิมพ์ และได้มีโอกาสฝึกงานที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ หลังจากจบปริญญาตรี แต่ยังไม่ทันได้ทำงานประจำที่ไหน ก็สอบติดปริญญาโท ภาควิชาวารสารสนเทศ (รวมหนังสือพิมพ์ และไอซีทีเข้าด้วยกัน) ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย เรียนไปด้วย โดยเป็นนักจัดรายการสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ ที่สถานีวิทยุจุฬาฯ FM.101.5 MHz. จากนั้นได้ไปทำงานเป็น Sub Editor จัดหน้าหนังสือพิมพ์ที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ เพื่อพัฒนาหัวข้อวิทยานิพนธ์ในช่วงที่เรียนปริญญาโท จนได้ไปเป็นอาจารย์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม อยู่ 11 ปี

แล้วจึงกลับมาเรียนต่อปริญญาเอก ที่คณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์ สาขาสื่อสารการเมือง ช่วงที่คณะฯ เปิดเป็นปีแรก จึงเป็นนักศึกษาปริญญาเอกรุ่นแรก ของคณะในเวลานั้น หลังจบปริญญาเอก จึงได้มาทำงานด้านวิชาการอย่างจริงจังที่มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

#ภูมิใจที่ได้เริ่มงานสื่อออนไลน์ในยุคต้นๆ
ก่อนจบปริญญาเอก อาจารย์เอ๋ ได้ทำงานด้านวิจัย วิเคราะห์การตลาดออนไลน์ ช่วงนั้นออนไลน์ยังไม่บูม ได้ร่วมงานกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ในนามบริษัท ไทยเดย์ดอทคอม จำกัด ช่วยงานด้านการวิเคราะห์ตลาด ทำ Poll ทำวิจัยในเรื่องที่คุณสนธิสนใจ และมอบหมายให้ทำ ในส่วนของ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ASTV และข่าวออนไลน์ ด้วยการเก็บข้อมูลแต่ละเพจ เช็คความสนใจเนื้อหาของผู้อ่าน เพื่อนำมาไปต่อยอดวาง Page Content หรือประเด็นข่าวให้ตรงใจผู้อ่าน

กองบรรณาธิการก็จะรู้ว่า เพจออนไลน์ไหนเป็นเพจที่ดึงดูดผู้อ่าน และคอนเท้นท์ไหนที่สนใจ จนได้พัฒนาเป็นสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ในปัจจุบัน

#เป็นนักวิชาการเต็มตัวที่มหาวิทยาลัยมหิดล
จากองค์กรสื่อ อาจารย์เอ๋ได้พลิกบทบาทมาในสายงานวิชาการ และงานวิจัยมากขึ้น ในฐานะที่เป็น Health Communication Expert เป็นเวลากว่า 15 ปี ที่ได้ทำงานสอน และลงลึกในงานวิจัยสาธารณสุข และสุขภาพ เพื่อนำงานวิจัยมาสอนนักศึกษาที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

งานที่ทำก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนักเพียงแต่เนื้อหาการสื่อสารจะเน้นหนักไปในด้านการสื่อสารสาธารณสุข และสุขภาพมากขึ้นเพื่อให้ประชาชนเกิดการตระหนัก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และนำไปสู่การป้องกันสุขภาพที่เป็นระบบมากขึ้น

งานสื่อสารนับเป็นหัวใจในการแก้ปัญหาสุขภาพไปสู่ประชาชน เป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างความตระหนักรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งในแต่ละวัยจะมีปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกันออกไป เช่น ปัญหาการสูบบุหรี่ในวัยรุ่น คณะวิจัยได้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้ซองบุหรี่พิมพ์ภาพอันตรายจากบุหรี่บนซอง ทำให้น่ากลัวขึ้น มีเรื่องของจิตวิทยาการใช้สี การวางรูปแบบบนซองบุหรี่ เพื่อให้คนตระหนักถึงพิษภัยจากบุหรี่ ทำให้ภาพเด่นขึ้น
หรือออกแบบภาพคำเตือนพิษภัยของบุหรี่บนตู้ขายบุหรี่ในร้านค้าโชห่วย มีภาพคำเตือนบนตู้ปิดบุหรี่ การรณรงค์ก็เพื่อลดภาระการรักษาและงบประมาณของรัฐ

เราเป็นหนึ่งในคณะทำงานในฐานะศูนย์วิจัยและควบคุมยาสูบ ของ สสส. ผลงานที่ผ่านมานับว่าประเทศไทยสามารถควบคุมจำนวนผู้สูบบุหรี่หน้าใหม่ได้ดี ขณะเดียวกันการทำงานวิจัยหลังจากการเผยแพร่สื่อรณรงค์ไป ก็มีการวิจัยถึงผลการป้องกันโรคต่างๆ มากขึ้น เช่น นักศึกษามีการทำสารนิพนธ์ เรื่องการวัดความรู้มะเร็งเต้านม ความตั้งใจการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองหรือเครื่องเมมโมแกรม เราก็จะวัดว่า ประชาชนมีความรู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน การเช็คตัวเองก็เป็นการป้องกันทางหนึ่ง ถ้าเป็นระยะมากแล้วจะรักษายาก เพราะการสูญเสียบุคลากรในวัยทำงานมากก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจ

นอกจากประชาชนต้องมีความรู้เรื่องอันตรายจากพฤติกรรมเสี่ยงแล้ว ยังต้องมีการผลักดันให้เป็นนโยบาย หรือออกกฎหมายด้วยเพื่อลดการบาดเจ็บล้มตายของประชากรด้วย ตัวอย่างเช่น บุหรี่ อายุ 18 ปี ห้ามซื้อ เป็นต้น ปัจจุบันก็มีปัญหาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ที่ต้องควบคุมและรณรงค์ให้เห็นพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีเพิ่มขึ้นในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งต้องใช้การวิจัยเป็น Database ในการรณรงค์ จากการไปดูงานที่ญี่ปุ่นพบว่า มีบริษัทญี่ปุ่นผลิตขาย ในเชิงการแพทย์มีคนเข้ามาหาหมอด้วยโรคปอดในอายุที่น้อยลง มีการห้ามว่าการขายบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีการขายทางออนไลน์

#การนำสื่อสารสุขภาพไปประยุกต์เพื่อรณรงค์ให้เกิดการส่งเสริมสุขภาพด้านต่างๆในสังคม
โครงการรณรงค์สุขภาพเพื่อสังคมที่ทำอยู่ในขณะนี้ มีเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เราพบว่า เด็กวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี เป็นโรคซิฟิลิสมากขึ้น จากการสำรวจเราเห็นว่า ตำราเรียนเป็นสื่อที่ดีสำหรับเด็ก แต่ตำราเรียนไม่ค่อยได้พูดถึงโรคซิฟิลิส พฤติกรรมของเด็ก การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ทำให้เขาไม่รู้ว่า อาการของซิฟิลิสเป็นอย่างไร ทางทีมงานก็มีการออกแบบเป็นการ์ตูนออนไลน์เพื่อให้วัยรุ่นเข้าใจถึงโรคซิฟิลิสว่า มีสาหตุจากอะไร มีอาการอย่างไร และจะป้องกันอย่างไร

เรามีการเก็บข้อมูล ดูเรื่องระบาดวิทยา เมื่อตัวเลขสูงขึ้น ก็จะมีการวางแผนรณรงค์ป้องกัน ให้นักศึกษาที่เรียนด้านดิจิทัล มีเดีย ออกแบบเป็นการ์ตูน และเอาสื่อไปเผยแพร่ มีการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่น หรือหน่วยงานก็จะเอาข้อมูลการวิจัยไปแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้และป้องกันเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยลง ซึ่งจะมีหน่วยงานกลางที่สังกัด สสส. ที่เปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาต่างๆ เข้ามาช่วยทำงานวิจัยในประเด็นปัญหาทางสาธารณสุข

#งานวิจัยมีเสน่ห์
งานวิจัยเป็นงานที่มีเสน๋ห์ เป็นผลงานเชิงประจักษ์ที่เราเอามาจากสังคมจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่มโนขึ้นเอง ถ้านักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่ต้องการเรียนรู้สังคม พฤติกรรมของคน งานวิจัยถือเป็นข้อมูลพื้นฐานที่เอาไปต่อยอดงานวางแผนโฆษณา วางแผนในการสร้างแบรนด์ วางแผนรณรงค์ประเด็นสาธารณะได้ ตัวเลขเป็นข้อมูลที่ใครเถียงเราไม่ได้ มีทั้งข้อมูลเชิงปริมาณ ขณะเดียวกันข้อมูลเชิงคุณภาพ ก็ช่วยให้เราตอบคำถาม Why ได้ว่า ทำไมจึงเกิดปัญหานี้ และเราจะแก้ปัญหาอย่างไร ข้อมูลช่วยลดความผิดพลาดได้ เป็นการวัด feedback ที่มีหลักฐาน

รองศาสตราจารย์ ดร.มลินี สมภพเจริญ Malinee Sombhopcharoen หรืออาจารย์เอ๋ เป็นนักวิชาการที่มีภูมิความรู้ในการนำเอาวารสารศาสตร์ มาใช้ร่วมกับสาธารณสุขศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ พฤติกรรมศาสตร์ ได้อย่างลงตัวในบทบาทของนักสื่อสารสาธารณสุขที่กำลังเป็นปัญหาของสังคม เราคงดีใจ ที่องค์ความรู้ด้านการสื่อสารช่วยลดปัญหาทางสาธารณสุข คนเจ็บป่วยน้อยลง คนรู้จักป้องกันตัวเองมากขึ้น มีพฤติกรรมการกินอยู่อย่างถูกต้อง จากการสื่อสารด้านสุขภาพที่รณรงค์กันในทุกวัน
#ศิษย์JCที่เราภูมิใจ
#นักสื่อสารด้านสาธารณสุข


#มหาวิทยาลัยมหิดล
#ปริญญาเอกวารสารรุ่นแรก

ยอดขายพุ่งทะลุเป้า
27/06/2024

ยอดขายพุ่งทะลุเป้า

ศิษย์เก่าวารสารศาสตร์ อีกหนึ่งคุณภาพจากรั้วแม่โดม
20/05/2024

ศิษย์เก่าวารสารศาสตร์ อีกหนึ่งคุณภาพจากรั้วแม่โดม

JC UPDATE
ศิริเพ็ญ เกียรติเฟื่องฟู
รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)
กระทรวงอุตสาหกรรม

ศิริเพ็ญ เกียรติเฟื่องฟู หรือ เป้ JC25 จบสาขาโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 ตอนจบใหม่ๆ ได้ไปทำงานด้านประชาสัมพันธ์ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นจึงสอบได้เป็นนักวิชาการเผยแพร่ หรือนักประชาสัมพันธษ รับผิดชอบงานอบรม พัฒนาบุคลากร และประชาสัมพันธ์ สังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นตำแหน่งงานในส่วนราชการที่เริ่มทำเป็นแห่งแรก และแห่งเดียวเกือบตลอดชีวิต ยาวนานถึง 33 ปีเลยทีเดียว ปัจจุบันได้ย้ายจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่เคยอยู่หน้ากระทรวงอุตสาหกรรมมาเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ที่อยู่ด้านในกระทรวงฯ เป็นหน่วยงานที่สอง และจะเกษียณอายุราชการที่องค์กรแห่งนี้

#ไต่เต้าจากข้าราชการระดับ3สู่ระดับ8และระดับ 9
เป้ ได้เริ่มงานในตำแหน่งบุคลากร ระดับ 3 ในสำนักงานเลขานุการกรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากกรมโรงงานฯ เป็นกรมฯ ที่ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกร เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ เป้ จึงได้ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (เทคโนโลยีบริหาร) ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า เพื่อเสริมฐานความรู้ในด้านการบริหารให้แข็งแกร่งขึ้น

บทบาทของกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะให้ความสำคัญกับการอนุมัติ อนุญาตในการตั้งโรงงานต่างๆ ขณะเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ที่จะต้องประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้กับประชาชนและผู้ประกอบการได้รับรู้ รับทราบด้วย ซึ่งในช่วงนั้นรัฐบาลได้ให้แต่ละหน่วยงานทำแผนประชาสัมพันธ์ที่สอดคล้องกับแผนระดับชาติ แม้ในบางช่วงงบประมาณประชาสัมพันธ์อาจจะถูกตัดไปบ้างก็ตาม

#ภูมิใจได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกกรมโรงงานฯ
ขณะที่ทำงานในกรมโรงงานฯ เป็นช่วงที่ได้ทำงานฝึกอบรมและทำงานประชาสัมพันธ์ควบคู่กันไป ตอนที่เป็นข้าราชการ ระดับ 7 ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ ได้รับงบประมาณ 8 ล้านบาทในปีนั้น นอกจากนั้นยังทำงานด้านพัฒนาระบบบริหาร ติดตามประเมินผล แผนงาน ก่อนเป็นผู้อำนวยการกอง ระหว่างที่ทำงานเป็นผู้อำนวยการกองแผนงานและยุทธศาสตร์กรมโรงงานอุตสาหกรรม ก็ยังทำงานด้านประชาสัมพันธ์ไปด้วย โดยได้เข้าร่วมวางแผนกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ และเป็นหน่วยงานต้นแบบของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เป็นโฆษกของกรมฯ และเป็นทีมโฆษกของกระทรวงฯ ด้วย
เป็นครั้งแรกๆ ที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับงานประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง

ต้องยอมรับว่า งานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะมีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนค่อนข้างมาก จำเป็นต้องมีการชี้แจง ทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียด้วย การทำงานของนักวิชาการในกรมฯ มักจะเป็นแบบทำไปก่อนแล้วค่อยบอกประชาชน แต่ในมุมของนักประชาสัมพันธ์ เราจะทำแบบ Pro Active คือ จะทำอะไร ต้องแจ้งประชาชนให้ทราบล่วงหน้า เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลัง

#ย้ายวิกมาเป็นรองผู้อำนวยการสศอ.
“ในช่วง 4 ปีหลัง ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรองผู้อำนวยการสศอ. (นักบริหารระดับต้น) รู้สึกดีใจที่ได้ย้ายมาอยู่ในหน่วยงานที่นับว่าเป็น Think Tank เป็นองค์กรที่จัดว่าเป็นมันสมองของกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานที่กำกับนโยบาย วางมาตรการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า”

เมื่อถามว่า การทำงานที่ผ่านมา อุตสาหกรรมของไทยเราได้พัฒนาขึ้นมากน้อยเพียงใด การเข้ามาของภาคการลงทุนที่เข้ามาตั้งโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เข้ามาด้วยแรงจูงใจ อาทิ เรื่องภาษี สิทธิประโยชน์ต่างๆ และแน่นอนต้องมีเป้าหมายด้านการทำกำไรด้วย ซึ่งบางครั้งก็ขาดความใส่ใจ ละเลย ลืมให้ความสำคัญในการดูแล รักษาสิ่งแวดล้อมไป ซึ่งต้องยอมรับว่า โรงงานอุตสาหกรรมของไทย ส่วนใหญ่ 90% เป็นผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดเล็ก

การออกฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ เป็นลักษณะของการห้ามทำโน่น ทำนี่ แก่ผู้ประกอบการจำนวนมาก แต่ยังไม่มีความพร้อมการเป็นที่ปรึกษา หรือให้คำแนะนำที่นำไปสู่การดูแลชุมชนรอบข้าง เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างทั่วถึง ซึ่งการประกอบการที่ไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมก็จะส่งผลกลับไปยังผู้ประกอบการ ทำให้ขายสินค้าไม่ได้ ชุมชนไม่ยอมรับ เป็นต้น เราต้องประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจให้ผู้ประกอบการเห็นว่า การลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นการลงทุนเพื่อกำไรในอนาคต กรมฯ ควรทำหน้าที่เป็น Consult มากกว่า Control และ Command ด้วยข้อจำกัดด้านบุคลากรกรมฯ อาจจะทำให้การดูแลไม่ทั่วถึง

การตรวจกำกับโรงงาน ควรทำควบคู่กับการสนับสนุนส่งเสริมผู้ประกอบการที่ทำดี ชื่นชม คนทำผิดก็ไปจับ จริงๆ ควรทำทั้งสองด้าน พรบ.โรงงานฯ ฉบับปัจจุบันได้ปรับวิธีคิด ให้โรงงานรับรองตัวเองก่อน และกรมโรงงานฯ ให้การอนุญาต การขออนุญาตโรงงานมี 3 จำพวก จำพวกที่ 1 โรงงานทั่วไป ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องขออนุญาต จำพวกที่ 2 ต้องแจ้งก่อนการประกอบการ และจำพวกที่ 3 ประเภทที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และมีกำลังการผลิต 50 แรงม้าฯ ต้องขออนุญาต แล้วก็ให้ส่วนท้องถิ่นดูแลกำกับไปเอง ทั้ง อบต. อบจ. กทม. ถ้าเป็นโรงงานใหญ่ๆ ต้องมาขออนุญาตตาม พรบ.โรงงาน ซึ่งจะเหลือประมาณ 60,000 โรง

ปัญหาในการทำงานที่กรมโรงงานฯ อาจจะมีเรื่อง เจ้าหน้าที่ไม่ทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ การให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ดูแล ส่งเสริมให้บริหารจัดการโรงงานอุตสาหกรรมสีเขียว 5 ระดับ BCG Model เป็นวาระแห่งชาติ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต้องไปด้วยกัน แบ่งการดูแลเป็นระดับใหญ่ ระดับกลาง ระดับเล็ก ซึ่งภาครัฐ
ส่งเสริมได้เป็นแค่โครงการนำร่องเท่านั้น และมีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณ และบุคลากรที่เพิ่มได้ไม่มากนัก ตัวผู้ประกอบการเองต้องลงทุนเพื่ออนาคตด้วย ทำให้กรมฯ ต้องจ้างที่ปรึกษามากขึ้น แต่ก็เกิดปัญหาว่า องค์ความรู้ไปอยู่กับที่ปรึกษามากกว่า แทนที่จะอยู่กับข้าราชการ การปรับปรุงโรงงานก็ไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้เวลาพอสมควร

#บทบาทรอง ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
มีความรับผิดชอบในการกำหนด นโยบายแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่เป็นอุตสาหกรรม New S Curve และ 12 กลุ่มอุตสาหกรรม บางโครงการ สศอ รับผิดชอบโครงการ ใช้พละกำลังในการร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเรื่องรถยนต์ EV ต้องร่วมมือ รับฟังกับทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการ สภาอุตสาหกรรม เป็นต้นฯ สิ่งที่ได้รับรายงานถ้าเป็นปัญหาจริง หน่วยงานจะจัดรับฟังความคิดเห็น อย่างเรื่องอุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมยานยนต์ ต้องฟังความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อกฎหมาย การลดภาษี ต้องไปปรึกษา กรมสรรพากร กรมสรรพาสามิต เป็นต้น

นอกจากนี้ การเปลี่ยนขั้วทางการเมืองก็มีผลกระทบต่อการดำเนินตามนโยบายหรือแผนงานที่วางไว้เหมือนกัน อาทิ ทีมงานผู้บริหารกระทรวงฯ ซึ่งการขับเคลื่อนนโยบายแต่ละเรื่องก็ต้องขึ้นกับแต่ละพรรคการเมืองด้วยว่าเห็นด้วยกับแผนงานขององค์กรหรือไม่ แต่เราจะยึดหลักกฎหมายที่ถูกต้อง ถ้าเราไม่เห็นด้วย เราสามารถชี้แจงและมีความเห็นแย้งได้

#ความน่าสนใจของงานราชการ
การที่ได้ทำงานตรงกับวิชาที่เรียนมา การสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจมีความสำคัญมาก มีศิลปะ พูดแล้วอยากให้คนฟัง คิด ทำในสิ่งที่ดี เอาไปปรับใช้ได้ สาขาที่ Active เข้าได้กับทุกสังคม ราชการมีเป็นกรม สถาบันอิสระ รัฐวิสาหกิจ มองราชการกว้างขึ้น เงินเดือนก็ดี มีเงินประจำตำแหน่ง เป็นงานที่มีเกียรติ งานพีอาร์สมัยนี้ไม่เหมือนกับพีอาร์สมัยก่อน เราต้องชี้แจงข้อมูลเพื่อ ลดทอนความรู้สึกตระหนกตกใจของประชาชน ใช้สื่อที่น่าสนใจ ง่ายต่อความเข้าใจ เช่น ทำอินโฟกราฟฟิกให้ประชาชนเข้าใจ ให้ความรู้กับประชาชนว่าจะป้องกันตัวเองอย่างไร เป็นต้น

ศิริเพ็ญ เกียรติเฟื่องฟู หรือ เป้ นักประชาสัมพันธ์คุณภาพที่ทำได้ทั้งงานสื่อสารและงานวิชาการควบคู่กัน การมีจุดยืนที่มั่งคงในผลประโยชน์ของประชาชนและสังคมส่วนรวมเป็นสิ่งที่ยึดมั่นมาตลอด แม้หมวกของการเป็นผู้กำกับนโยบายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจะจบลงในเวลาอันใกล้ แต่การทำงานเพื่อประชาชนโดยอาศัยสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่ำเรียนมายังคงอยู่ใน DNA ของเธอ
#ความภาคภูมิใจของชาวJCTU

#ศิริเพ็ญเกียรติเฟื่องฟู

#งานสื่อสารภาครัฐ
#กรมโรงงานอุตสาหกรรม

คนเก่งจากคณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์
20/05/2024

คนเก่งจากคณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์

JC UPDATE
จิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์
กรรมการผู้จัดการ
OMD Thailand และ
กรรมการสมาคมมีเดียเอเยนซี่
และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT)

น้อยคนนักที่จะสามารถก้าวขึ้นสู่ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรสื่อระดับโลกอย่าง OMD ได้ แต่เธอคนนี้เป็นนกน้อยในไร่ส้ม ศิษย์เก่าวารสารศาสตร์ ฯ ที่เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ในแวดวงโฆษณาจนก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารได้อย่างน่าชื่นชม คือ จิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ หรือ ต่าย JC36 เอกโฆษณา โทภาษาอังกฤษ ปัจจุบันได้ก้าวสู่จุดสูงสุดขององค์กรคือ กรรมการผู้จัดการ OMD Thailand

#เริ่มงานด้านเอเยนซี่ที่ชอบทันที
หลังจากที่จบมาก็ทำงานด้านเอเยนซี่โฆษณา ในตำแหน่ง Account Service การดูแลให้บริการลูกค้า ตั้งแต่คิดกลยุทธ์ วางแผน ให้บริการลูกค้าตั้งแต่ ต้นน้ำถึงปลายน้ำเลยทีเดียว แต่ช่วงหลังบริษัทโฆษณาแยกเป็น Creative Agency และ Media Agency ต่ายจึงเลือกย้ายมาทำงานด้าน Media Agency มากกว่า

เริ่มต้นหาประสบการณ์จากบริษัทโฆษณาขนาดเล็ก ที่มุ่งเน้นด้าน Creative แต่ดูแลลูกค้าใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น และอยากไปเรียนรู้โลกที่ใหญ่ขึ้น จึงย้ายไปทำงานที่บริษัท ชูโอ เซ็นโกะ (ประเทศไทย) จำกัด ดูแลลูกค้าฮิตาชิ แบบครบวงจร หลังจากนั้น มีรุ่นพี่ที่ JWT- J. Walter Thompson ชวนไปทำงานด้าน Marketing Communications ที่บริษัทอินเทอร์เน็ตชื่อดังในขณะนั้น จึงได้เปลี่ยนบทบาทเป็นลูกค้า ได้ทำงานกับเอเยนซี่ แต่ก็พบว่า ยังอยากเรียนรู้เพิ่มเติม จากการทำงานหนักในเอเยนซี่ เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้า และเติบโต จึงสวิทช์อีกครั้ง กลับไปทำเอเยนซี่ แต่เป็นด้าน Media

่า
ต่าย เริ่มต้นงาน Media ที่บริษัท Carat Media Service (Thailand) Ltd. เป็นแห่งแรก ในช่วงเริ่มทำงาน Media เน้นหนักไปทางตัวเลข ทำให้ยังไม่ค่อยสนุกในการทำงานเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้มี Media Foundation ที่แข็งแรง ขณะเดียวกันก็ได้เรียนปริญญาโทไปด้วย หลักสูตร MIM ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษด้วยตัวเองก็ตระหนักว่า การทำงานเอเยนซี่ จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการตลาดที่แข็งแรง และการก้าวต่อไปเพื่อให้เป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ภาษาอังกฤษจึงมีความจำเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นก็ได้เติบโตขึ้นในการทำงานด้าน Media ที่บริษัท Mindshare เริ่มสนุกมากขึ้น ในการใช้ Consumer insight ควบคู่ไปกับ Creativity บนการวางแผนงานสื่อที่มากกว่าเดิม ต่ายมีคติในการดำเนินชีวิตว่า ทำอะไรต้องทำเต็มที่ และทำอย่างมีความสุข

#นักแสวงหาความท้าทาย
ต่าย บอกเสมอว่า ต้องการเรียนรู้โลกกว้าง ต้องการมีความสุขในงานที่ทำ จากนักโฆษณา ต่าย ก็เลือกที่จะลาออกจาก Mindshare ในตำแหน่ง Director ไปหาความท้าทายใหม่ ด้วยการเปิดโรงแรมของตัวเองที่จังหวัดเชียงใหม่ ชื่อ Bussaba Bed & Breakfast เป็น boutique guest house เล็กๆ ในย่านเมืองเก่าของเชียงใหม่ (ปัจจุบันได้ขายไปแล้ว) จากการที่ได้เรียน MIM ที่ธรรมศาสตร์มา เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Entrepreneur ทำให้ได้ใช้งานจริงในการทำ Business Plan, Pay Off analysis และ Exit Plan และได้ทำการตลาดเอง รวมถึงการทำ page การซื้อ Ads การทำ Social และ Search Optimization ทำได้ปีกว่า ๆ ฝรั่งก็เริ่มชอบ เริ่มอยู่ตัว แต่ทางบ้านต้องเดินทางไปหาทุกเสาร์ อาทิตย์ เนื่องจากมีครอบครัวแล้ว เริ่มสงสารครอบครัวที่ต้องเหนื่อยกับการเดินทางมาอยู่เป็นเพื่อนเรา จึงขายกิจการ แล้วย้ายกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ

กลับมาทำงานในตำแหน่ง Director และขึ้นเป็น Business Director หลังจากนั้นต้องย้ายครอบครัวไปอยู่ต่างจังหวัดในขณะนั้นลูกเพิ่งอายุได้ 8 เดือน เนื่องจากสามีไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด และในฐานะภรรยาต้องทำหน้าที่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด จึงได้ใช้ความรู้ในการเป็นนักวางแผน มาวางแผนงานของเหล่ากาชาดจังหวัด และแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดแทน

รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขคนในจังหวัด หลังจากนั้น 3 ปี ได้กลับมาทำงานในวงการโฆษณาอีกครั้ง เมื่อสามีได้ย้ายกลับมาส่วนกลางที่กรุงเทพฯ ในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ต่ายเองก็กลับมาเป็น General Manager ที่บริษัท OMD Thailand ภายใต้ Omnicom Media Group และได้ก้าวขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท ในปี 2565 ถึงปัจจุบันนับเป็นนกน้อยที่ได้ก้าวเข้าสู่องค์กรระดับโลก โดย Omnicom Media Group มีสาขาทั่วโลกกว่า 100 ประเทศ มีพนักงานรวมกว่า 20,000 คน มี Billing รวม 31,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา

#ข้อคิดการให้บริการของMediaAgency
ในการทำงาน อาจจะต้องเริ่มจากเป้าหมายของลูกค้าก่อนว่า ต้องการยอดขายที่เท่าไหร่ มาจากกลุ่มใหน เราจึงมาคิดว่าจะต้องทำแคมเปญเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนเท่าไหร่ ใช้สื่ออะไร อย่างไร ใช้เงินเท่าไหร่ OMD เป็น Full Media Service ทำทั้งสื่อโฆษณาออนไลน์และออฟไลน์ การทำงานเริ่มต้นจากการวางแผนกลยุทธ ต้องเข้าใจโจทย์ ปัญหา อุปสรรค และกลุ่มเป้าหมาย วางแผนงาน กำหนดเป้าหมาย และการวัดผล การ execute งานดิจิทัล จะมีความละเอียด ต้องใช้คน ใช้เวลามากกว่า ต้องมีการกำหนด ads set, setup ads, monitor, evaluate และ optimize

#ทำงานที่รักและมีเวลาให้ครอบครัว
การทำงานที่ OMD เป็นงานที่ชอบและรักงานหนึ่ง องค์กรก็เปิดโอกาสให้เราได้สร้างสรรค์งาน นอกจากนี้ ยังเป็นอุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เนื่องจากสามีเป็นอธิบดีกรมการปกครอง ทำให้ต้องแบ่งเวลาให้ครอบครัว ประกอบกับมีลูกเล็กด้วย ซึ่งเจ้านายที่ดูแลสาขาประเทศไทย ค่อนข้างให้อิสระในการทำงานพอสมควร

แนวโน้ม Media Agency ยังเติบโตได้อีกมาก เป็นเรื่องของ Expertise มีตัวชี้วัด บริษัทใหญ่มาก ๆ ต้องบริหารการใช้เงินสื่อโฆษณาให้มีประสิทธิภาพ เป็นงานที่ต้องใช้คนเก่ง มีประสบการณ์ เรียกว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเผ็ด งาน Media จึงเป็นงานที่มั่นคง และค่าตอบแทนดี เพราะเป็น specialist & expertise ขณะเดียวกันคนก็ออกจากวงการไปเยอะ เพราะเป็นงานที่เครียด ในอุตสาหกรรมสื่อเองก็ยังมีการแข่งขันในเรื่อง Fee กันมาก ขณะที่ค่าบริการก็ไม่ได้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เหมือนเมื่อก่อน แต่ต่าย ให้ไอเดียว่า การคิดค่า Fee ขึ้นกับ Billing และ Scope of work ของแคมเปญนั้น ว่าคุ้มค่าแรงพนักงาน และต้นทุนของบริษัทหรือไม่

#ผลงานที่ภูมิใจ
จากการทำงานในวงการ Media ต่ายได้รับรางวัล Southeast Asia Media Planner/Buyer of The Year ปี 2011 นอกจากนี้ ล่าสุดในปี 2023 OMD Thailand ยังได้รางวัล Gold Awards ด้าน Highest Media Efficiency, รางวัล Silver Awards ด้าน Best Branding Effectiveness ผลิตภัณฑ์นีเวีย และรางวัล Bronze Awards ด้าน Best in Commerce Strategy ผลิตภัณฑ์ ยูเซอรีน จาก Meta และรางวัลอื่นๆ จาก LINE Awards ด้วย นับเป็นรางวัลที่สร้างขวัญ กำลังใจให้กับคนทำงานในประเทศไทยที่มีกว่า 178 คน

#ข้อคิดสำหรับน้องๆวารสารฯรุ่นปัจจุบัน
ต่ายแนะนำว่า คนที่อยากจะอยู่ในแวดวงเอเยนซี่
หนึ่ง…ภาษาอังกฤษต้องดี เพราะมีลูกค้า Global Brands ค่อนข้างมาก และองค์กรมองไปถึงอนาคต ต้องการให้เขาโตไปกับองค์กร การสัมภาษณ์งานของ OMD เรามีสัมภาษณ์ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ เพราะมองการเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว

สอง…ความรู้ด้านการตลาด หรือ เศรษฐศาสตร์ ก็มีความสำคัญ เวลา Plan Media ต้องมองด้านการตลาด การขาย และ ROI ด้วย เป็นงานที่เหนื่อยแต่ก็สนุก รายได้ดี และมีโอกาสเติบโต ยิ่งมีประสบการณ์มาก ก็ยิ่งมีคนต้องการมาก

สาม…Creativity น้องๆ ต้องเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ตลอดเวลา ทำอย่างไรให้สิ่งที่เราต้องการสื่อสารเข้าถึงผู้บริโภค และต้องมีความแตกต่าง มีไอเดียใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ใน OMD เองก็มีการอบรมอยู่ตลอด ทั้งระดับในประเทศ และภูมิภาค รวมถึง Digital Knowledge ที่ update ตลอดเวลา จากทั้ง Google, Meta, TikTok และอื่นๆ
จิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ หรือ ต่าย หนึ่งความภูมิใจของชาววารสารศาสตร์ที่ยังคงแสวงหาความท้าทาย และเรียนรู้โลกกว้างในอุตสาหกรรมโฆษณาอย่างไม่หยุดนิ่งเพื่อสร้างสรรค์งานดีๆ ให้กับวงการต่อไป
#ความภาคภูมิใจของชาวJCTU
#ต่ายจิณณารัชช์




#สมาคมวารสารสาสตร์ธรรมศาสตร์

Address

28/72 หมู่บ้านฮาบิเทีย วัชรพล ถนนวัชรพล แขวงคลองถนน เขตสายไหม

10220มือถือ0819173441

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Good Network Co.,Ltd. posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to Good Network Co.,Ltd.:

  • Want your business to be the top-listed Event Planning Service?

Share