07/05/2026
𝗦𝗢𝗙𝗧𝗖𝗨𝗟𝗧 กับเสียงสะท้อนของดอกไม้ที่ถูกเด็ดดึง สู่การเบ่งบานอย่างกล้าหาญ
Softcult คือวงดนตรีสัญชาติแคนาดาในสไตล์ชูเกซลูกผสมที่หยิบจับวัตถุดิบของกรันจ์ พังค์ และ ดรีมป๊อปมาถักร้อยเป็นเรื่องราวเฉพาะตัว ผ่านแนวคิดแบบ DIY Ethics และมูฟเมนต์ของชาว Riot-Grrrl โดยสองพี่น้องฝาแฝด Mercedes Arn-Horn และ Phoenix Arn-Horn ในช่วงปี 2020 ซึ่งแบ็คกราวนด์ของทั้งสองคนก็ไม่ใช่ศิลปินโนเนมที่ไหนไกล เพราะพวกเธอต่างก็เคยโลดแล่น ในฐานะสมาชิกวงดนตรีป๊อปพังค์นาม Courage My Love มาตั้งแต่ปี 2009 ก่อนแยกตัวออกมา เนื่องจากไดเร็กชั่นของเพลงและสิ่งที่ทั้งคู่อยากนำเสนอนั้นถูกจำกัดหรือต่างจากสิ่งที่ค่ายต้องการ
การรีเซ็ตทิศทางของพวกเธอจึงกลายเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่ใช่เพียงการท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง แต่มันยังเป็นการท้าทายบรรทัดฐานของสังคม หรือกระทั่งในฝั่งอุตสาหกรรมดนตรีที่มีสัดส่วน หรือเปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่เรียกว่า “สังคมชายเป็นใหญ่” (Patriarchy) ผ่านประเด็นทางเพศต่าง ๆ ประเด็นเรื่องสุขภาพจิต ความรุนแรง ไปจนถึงการสนับสนุนสิทธิสตรีและกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งอาจจะไล่เรียงมาถึงกลุ่มคนชายขอบ และการตั้งคำถามจากความเข้าใจผิดที่ว่า เฟมินิสต์ เท่ากับเกลียดผู้ชายหรือเปล่า? แต่แท้จริงแล้ว ความเกลียดชังหรือความรุนแรงก็อาจไม่ได้มาจาก เพศชายฝ่ายเดียว ในทางกลับกัน มันอาจเป็นการต่อสู้เพื่อไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำอีกต่างหาก
นับตั้งแต่ผลงานเดบิวต์อย่างอีพี “Year of The Rat” (2021) ในเวลาต่อมา พวกเธอก็ได้ฝากฝัง ผลงานและอีพีไว้มากมาย อาทิเช่น “Year of The Snake” (2022) ที่เสมือนเป็นการลอกคราบ และนิยามตัวตนผ่านดนตรีกับสไตล์การเล่าเรื่องที่ชัดเจนยิ่งขึ้น, “See You In The Dark” (2023) ที่ซิงเกิลอย่าง ‘Dress’, ‘Love Song’ มีความแตกต่างจากเพลงอื่น ๆ ทั้งในด้านเนื้อหาและวิชวล ที่ตีแผ่อย่างเข้มข้นรุนแรงมาก, “Heaven” (2024) ที่พวกเธอก็เริ่มหันมาใช้ท่วงทำนองสุดดุดัน
การควบรวมสรรพเสียงของ 𝗦𝗢𝗙𝗧𝗖𝗨𝗟𝗧 จึงไม่ได้มีเพียงเทกซ์เจอร์ของซาวด์อันนุ่มนวลที่ฟังดูเผิน ๆ แล้วรู้สึกได้ถึงความโอนอ่อนเท่านั้น เพราะเมื่อถลำลึกลงไปมันกลับเต็มไปด้วยความมืดมน ซึ่งสะท้อนความจริงบางอย่างที่ปฏิเสธได้ยากว่ามันทั้งแฝงทั้งความเจ็บปวดที่ชวนหลอกหลอน ทว่า บทเพลงของพวกเธอก็ได้กลายเป็นตัวแทนของใครบางคนที่อาจเคยเผชิญเหตุการณ์ ในลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นเพื่อนปลอบยามห่มร้องว่าพวกเขาถูกมองเห็นและไม่ได้โดดเดี่ยว หรือมันก็ปลอดภัยมากพอที่จะทำให้ใครบางคนได้เริ่มออกมาพูดถึงหรือย้ำเตือนถึงสิ่งเหล่านี้
และในความคอนทราสต์ที่ขัดแย้งกัน จนทำให้เรานึกถึงผลงานของอาจารย์ จุนจิ อิโต้ (Junji Ito) ที่หนึ่งในเพลงอย่าง ‘Uzumaki’ จากอีพี “Year Of The Snake” (2022) ก็อาจได้รับแรงบันดาลใจ มาจากเรื่อง “ก้นหอยมรณะ” ของเขาด้วย ซึ่งมันยังตีความหมายเป็น “การจมดิ่งทางจิตใจ” หรือ การตกอยู่ในวังวงที่ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบ Toxic Relationship, การพยายามหลีกหนี จากบาดแผลในหัวใจ, การคิดวนเวียนแบบซ้ำไปซ้ำมาถึงเรื่องราวที่กัดกร่อนหรือกลืนกินทีละนิด จนอาจทำให้เรารู้สึกด้านชาหรือยอมจำนนมันในที่สุด ดั่งท่อน “It doesn’t matter to me now” หรือในอีกนัยหนึ่งก็คือ เราจะก้าวข้ามมันไปได้ โดยที่สิ่งนั้นอาจไม่ส่งผลกระทบต่อเราอีกแล้ว
และในปีนี้เอง พวกเธอก็กลับมาพร้อมข่าวดีอย่างการปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดแรกในชื่อ “When A Flower Doesn’t Grow” ที่ใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์มายาวนานกว่าห้าปี และมันยังอัดแน่นด้วย 11 บทเพลงที่ได้เอเลเมนต์ใหม่ ๆ เข้ามาเติมแต่ง ระหว่างการผสมผสานท่วงทำนองอันไพเราะ และระยิบระยับ ซึ่งฉีกออกจากหลายผลงานก่อนหน้า ทั้งในด้านโปรดักชั่นหรือเลเยอร์ทางเสียง ที่ค่อนข้างลงตัวและมีชั้นเชิงไม่น้อย ทั้งหมดนี้จึงพิสูจน์ว่าพัฒนาการของพวกเธอไม่เคยหยุดนิ่ง ในขณะเดียวกันก็สามารถทำให้เราสัมผัสได้ถึงรสชาติดั้งเดิมที่สร้างตัวตนของ 𝗦𝗢𝗙𝗧𝗖𝗨𝗟𝗧 ขึ้นมา
หรือถ้าจะให้พวกเราแนะนำเพลงที่ชื่นชอบที่สุดก็คงจะเป็นช่วงครึ่งหลังของอัลบั้มอย่างแทร็ก ‘She Said, He Said’, ‘Hurt Me’, ‘I Held You Like Glass’, ‘Not Sorry’ และเพลงสุดท้าย ในชื่อเดียวกันกับอัลบั้ม ก็ล้วนเป็นเพลงที่ทั้งมีจังหวะกระฉับกระเฉง แสบซ่าส์ และหม่นหมอง ไม่แน่ว่าอัลบั้มนี้สำหรับใครหลายคนก็อาจเป็นอัลบั้มที่ครบรสครบเครื่องที่สุดของวงเลยก็ว่าได้
จากดอกไม้ที่เติบโตมาท่ามกลางความแข็งกระด้างของคอนกรีตที่ทับถม และสภาพแวดล้อมที่ แปรสภาพให้มันต้องพึ่งพาอาศัยจากเศษซากเพียงไม่กี่อย่าง สู่การงอกงามและเบิกบานอย่าง กล้าแกร่งในแบบที่ไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใดอีกต่อไป อีกทั้งมันยังส่งต่อพลังให้เหล่าดอกไม้อื่น ๆ ได้ยืนเคียงคู่กันและกัน เพื่อต่อสู้หรือเผชิญหน้ากับโลกในยามที่แสงอาทิตย์อาจจะส่องไม่ถึง มาสัมผัสห้วงอารมณ์อันสวยงาม ลุ่มลึก ที่ร้อยเรียงแบบไม่เหมือนใครกับพวกเธอได้อีกครั้งใน คอนเสิร์ตเดี่ยวที่กำลังจะขึ้นในวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ที่ Muan More Space เชียงใหม่ โดย Overseeagen และ 18 มิถุนายนที่ Blueprint Livehouse กรุงเทพฯ
SOFTCULT LIVE IN BANGKOK 2026