28/07/2026
รู้หรือไม่ว่าประเทศในโลกปัจจุบันมี 43 ประเทศที่ยังมีระบอบกษัตริย์อยู่จากทั้งหมดราวๆ 195 ประเทศ
ระบอบกษัตริย์ของไทยดำรงอย่างยาวนานในประวัติศาสตร์ หาใช่ด้วยเพราะบารมีของพระมหากษัตริย์แต่เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นด้วยเพราะพระมหากษัตริย์ไทย ทรงดูแลทุกข์สุขของอาณาประชาราษฏร์อย่างจริงจังดุจพ่อดูแลลูก ทำให้ไม่ว่าประเทศจะต้องพบเจอมรสุมใด สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพระมหากษัตริย์กับพสกนิกร ได้กลายเป็นป้อมปราการอันแข็งแกร่ง ที่ช่วยรักษาสถาบันกษัตริยให้ดำรงอยู่ยั่งยืนมาถึงปัจจุบัน .
รูปแบบของระบอบกษัตริย์ในปัจจุบันที่มีในโลกมี 3 หมวด
- ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy): กษัตริย์มีอำนาจตามกฎหมายเป็นประมุขในเชิงสัญลักษณ์ เช่น ประเทศไทย, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร, และสเปน
- ราชาธิปไตยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute Monarchy): กษัตริย์มีอำนาจสูงสุดในการปกครองรัฐ เช่น ซาอุดีอาระเบีย และโอมาน
- ราชาธิปไตยที่มีอำนาจกึ่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Semi-Constitutional Monarchy): กษัตริย์มีอำนาจทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติ เช่น จอร์แดนและโมร็อกโก
ในประวัติศาสตร์โลก มีสถาบันกษัตริย์ที่เคยยิ่งใหญ่แล้วต้องล่มสลาย ที่อาจารย์ขอยกมากล่าวถึงได้แก่
- จีน :ราชวงศ์ชิงสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1912 จากการปฏิวัติซินไฮ่ นำโดย ดร. ซุน ยัตเซ็น เปลี่ยนแปลงประเทศเป็นสาธารณรัฐ
- รัสเซีย : ราชวงศ์โรมานอฟล่มสลายในปี ค.ศ. 1917 จากการปฏิวัติรัสเซีย ในรัชสมัยพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2
-อิหร่าน (เปอร์เซีย): ระบอบชาห์แห่งอิหร่าน สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1979 จากการปฏิวัติอิสลาม นำโดย อยาตุลลาห์ โฮไมนี
-ออสเตรีย-ฮังการี: ราชวงศ์ฮับส์บวร์กสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1918 หลังความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1
-ฝรั่งเศส: ระบอบกษัตริย์สิ้นสุดลงเด็ดขาดในยุคปฏิวัติฝรั่งเศส แม้จะมีความพยายามฟื้นฟูสลับกัน แต่ก็ต้องยุติลงในปี ค.ศ. 1848
-เยอรมนี: จักรวรรดิเยอรมันและราชวงศ์โฮเฮนซอเลิร์นล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1918 หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 .
ราชวงศ์ที่มีสัมพันธ์ภาพอันความเน้นแฟ้นและเรืองอำนาจมาก ในยุคก่อนสงครามโลกคือรัสเซียและออสเตรีย .
อาจารย์เคยไปที่ประเทศออสเตรีย 3 ครั้ง ครั้งแรกที่ได้ไปชมพระราชวังเชินบรุนน์ พระราชวังฮอฟบวร์กที่กรุงเวียนนา ก็ยิ่งสนใจประวัติของราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค Haus Habsburg โดยเฉพาะในรัชสมัยของจักรพรรดิ์ฟรานซ์ โจเซฟที่ 1
พระองค์ทรงเป็นเจ้าชายรูปงาม ขึ้นครองราชย์ตอนอายุเพียง 18 ปี ท่ามกลางการปฏิวัติ ทรงมีพระมเหสีชื่ออลิซาเบธ ผู้มีความงามเป็นที่เลื่องลือ จักรพรรดิฟรานซ์โจเฟซครองราชย์ยาวนาน 68 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1848 ถึง 1916 ตลอดช่วงรัชกาลทรงเผชิญความขัดแย้งและวิกฤตชาติจนนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 .
พระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟ ทรงประสบโศกนาฏกรรมส่วนพระองค์หลายครั้ง เช่น การสิ้นพระชนม์ของมกุฏราชกุมารรูดอล์ฟ การถูกลอบปลงพระชนม์ของพระจักรพรรดินีเอลิซาเบธ ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ต่อมา อาร์ชดยุกฟรันซ์ เฟอร์ดินานด์ รัชทายาทถูกลอบปลงพระชนม์ เมื่อปี ค.ศ. 1914 ที่เมืองซาราเยโว ได้กลายเป็นชนวนสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ออสเตรีย ประกาศสงครามกับเซอร์เบีย
2 ปีหลังจากนั้น จักรพรรดิ์ฟรานซ์ โจเซฟเสด็จสวรรคตเมื่อพระชนมายุ 86 พรรษา จักรพรรดิคาร์ลที่ 1 ขึ้นครองราชย์ต่อเป็นองค์สุดท้าย
เมื่อออสเตรีย-ฮังการีพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ใน ค.ศ. 1918 จักรวรรดิก็แตกสลายและสิ้นสุดลง .
แม้ราชวงศ์ฮาพส์บวร์คจะล่มสลายไปแล้ว แต่จักรพรรดิ์ฟรานซ์โจเซฟก็ยังเป็นที่เคารพรักของชาวออสเตรีย
อาจารย์สนใจเรื่องราวราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค ในเชิงอนิจจังที่มอบบทเรียนให้แก่ชีวิตเสมอ ราชวงศ์อื่นๆที่เคยยิ่งใหญ่แล้วต้องล่มสลาย มักมีปัจจัยสำคัญมาจากความใกล้ชิดกับประชาชน
หากองค์พระประมุขเหินห่าง ขาดความใกล้ชิดและไม่ทุ่มเทเอาใจใส่ดูแลทุกข์สุขของราษฏร์อย่างจริงจังต่อเนื่องเสียแล้ว ก็ยากที่จะรักษาสถาบันกษัตริย์เอาไว้ได้ เพราะแต่ละประเทศจะมีกลุ่มคนที่คอยต้านราชวงศ์ พยายามปฏิรูปหรือล้มล้างการปกครองด้วยแนวคิดอันแบนราบภายใต้คำว่า “ความเท่าเทียม” โดยมิได้คำนึงประวัติศาสตร์ของชาติที่ก่อร่างสร้างฐานมาจากสถาบันกษัตริย์ ที่รักษาแผ่นดินไว้ให้ชนรุ่นหลัง.
ความเอาใจใส่และใกล้ชิดประชาชน เป็นป้อมปราการอันแข็งแกร่งที่ช่วยรักษาสถาบันกษัตริย์ให้ดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน แม้ในที่สุดทุกสรรพสิ่งในโลกต้องเผชิญกับกฎอนิจจัง แต่หากประชาชนมีศีลธรรมและมีสำนึกกตัญญูต่อสถาบัน ความเปลี่ยนแปลงที่พึงเกิดก็จะไม่พลิกผันเช่นราชวงศ์อื่นๆ ในอดีต
แม้มารดาจะอบรมเรื่องศีลธรรม ให้กับอาจารย์ตั้งแต่เด็ก แต่ท่านก็ ไม่ได้กล่าวสอนตรงๆ ให้จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ ด้วยความรู้สึกนี้กลายเป็นธรรมชาติของจิตโดยไม่ต้องพูดออกมา เพราะความสำนึกกตัญญูได้ถูกบ่มเพาะลงไปในใจ จากสิ่งที่สัมผัสได้จริง ผ่านการมองเห็นพระราชกรณียกิจของในหลวงร.9 และโครงการหลวงต่างๆ ที่ทรงทำเพื่อประชาชน
คำตรัสสั้นๆ แต่กินใจว่า “ทุกข์ของประชาชนรอไม่ได้” มีพลานุภาพที่เป็นน้ำทิพย์ชโลมใจเสมอว่า “ไม่ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองจะต้องพบเจอวิกฤตใด ประเทศไทยของเราก็มีพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่พึ่ง”.
นักการเมืองผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่สถาบันกษัตริย์ไทยสถิตเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเป็นหลักชัยให้แก่แผ่นดิน แต่แล้วความเชื่อนั้นก็ถูกสั่นคลอนเมื่อถึงคราผลัดแผ่นดิน.
เมื่อทรงขึ้นครองราชย์ ในหลวงรัชกาลที่ 10 เผชิญกับพายุที่มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง แม้ประชาชนจำนวนมากจะหันหลังให้ ต่อเมื่อทรงมีความเพียรอันไม่ย่อท้อ ในการสืบสานปณิธานที่จะทรงดูแลทุกข์สุขปวงชน ความบิดเบือนก็ถูกทำลาย ความจริงค่อยๆ ถูกเปิดเผย เหล่าพสกนิกรผู้จงรักภักดีที่เคยหวาดหวั่นก็ตั้งหลักได้มากขึ้น ผู้หลงผิดกลับใจ ความดีกลับมามีพลังเหนือความชั่ว มรสุมจึงสงบลง แม้จะไม่ราบคาบ แต่ทุกครั้งที่ผู้ตั้งตนเป็นเสี้ยนหนามพยายามแสดงอิทธิฤทธิ์ ปวงประชาผู้จงรักภักดีก็จะลุกขึ้นยืนเป็นป้อมปราการปกป้องรักษาสถาบันกษัตริย์ .
ร่วม 10 ปีแห่งการขึ้นครองราชย์ของในหลวงรัชกาลที่ 10 สถาบันกษัตริย์ไทยยังคงธำรงอยู่อย่างสง่างาม ได้รับความยอมรับจากนานาประเทศในความเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ด้วยอารยธรรม เป็นราชวงศ์ที่เกริกไกรแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภาพประวัติศาสตร์ภาพเดียวนี้ ย่อมบอกกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ได้มากกว่าคำพรรณาใดๆ
"A picture is worth a thousand words".
ในฐานะพสกนิกร 2 แผ่นดิน
อาจารย์รู้สึกภูมิใจที่ได้มีลมหายใจอยู่
ได้รับรู้ ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนในชาติ
ในหลายๆ หน้าประวัติศาสตร์
ทั้งยามสงบและยามประสบมรสุม.
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล
28 กรกฏาคม 2569.
ขอบคุณภาพจาก ADUL TANTHAKOSAI
FB: DPGMASTER