11/11/2015
ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม
ผลงานผ้าทอที่นับเป็นงานที่ยากที่สุดของแม่แจ่มคือ สิ้นตีนจก เทคนิคการจกให้เกิดเป็นลวดลายบนผืนผ้า กระทำโดยใช้ขนเม่นหรือไม้
สอดนับด้ายเส้นยืน แล้วใช้ด้ายเส้นพุ่งพิเศษจกหรือล้วงสอดสลับด้ายสีต่างๆ ลงไป ทำให้เกิดเป็นลวดลายคล้ายการปักลงบนผืนผ้า
เทคนิคการจกของแม่แจ่มเป็นการจกทางด้านหลังของลาย โดยคว่ำลายด้านหน้าลงกับกี่ทอผ้า ผู้ทอสามารถผูกเงื่อนฝ้านตรงด้านหลังของลายได้สะดวกและแน่นหนากว่า ทำให้ผลงานมีความละเอียดประณีตขึ้น
ซิ่นตีนจกนี้สตรีชาวแม่แจ่มนิยมนุ่งในโอกาสพิเศษ เช่น ในเทศกาลงานบุญหรืองานพอยหลวง (อ่าน “ปอยหลวง”) คืองานฉลองสมโภชศาสนสถานสาธารณประโยชน ์
ซิ่นตีนจกที่ทอกันขึ้นในแต่ละท้องถิ่นจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นในแง่ลวดลายสีสันและความงดงาม ซิ่นตีนจกจากอำเภอแม่แจ่มก็เช่นกัน มีลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น แตกต่างจากแหล่งผลิตอื่นๆ รวมทั้งยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกับชีวิตของสตรีแม่แจ่มตั้งแต่เกิดจนถึงเวลาตายด้วย สตรีแม่แจ่มทุกคนจะต้องมีซิ่นตีนจกอย่างน้อยก็คนละ 1 ผืน (ถ้าใครมีฐานะดีก็อาจมีมากถึง 20 ผืน) เพื่อใช้นุ่งไปทำบุญและไปในงานเทศกาลสำคัญๆ เท่านั้น ส่วนซิ่นที่ใช้นุ่งใส่ในชีวิตประจำวันจะใช้ซิ่นตีนดำหรือแดงแทน
เนื่องจากขั้นตอนในการทอซิ่นตีนจกแต่ละผืนนั้น ต้องใช้ความเพียรพยายามและใช้ระยะเวลาทำที่ยาวนาน ผู้เป็นเจ้าของจึงทะนุถนอมเอาใจใส่ในการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เพื่อจะได้แบ่งให้ลูกหลานเอาไว้ใช้ต่อไป รวมทั้งจะนำไปถวายเป็นทานแก่พระภิกษุสงฆ์เมื่อตนเองละจากโลกนี้ไปแล้ว โดยมีความเชื่อว่าบุญกุศลเหล่านี้จะส่งผลให้ผู้ตายได้มีซิ่นตีนจกใส่ในโลกหนึ่งด้วย ลักษณะประเพณีความเชื่อเช่นนี้ชาวแม่แจ่มยังคงยึดถือปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรัก ความผูกพันของสตรีแม่แจ่มกับงานศิลปหัตถกรรมชิ้นนี้ นอกจากนี้สตรีแม่แจ่มสูงอายุส่วนใหญ่มักจะนิยมนุ่งซิ่นตีนจกกลับด้านให้ลวดลายด้านหน้าจกไว้ข้างใน และส่วนด้านหลังตีนจกเอาไว้ด้านนอก ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาลวดลายผ้าตีนจกไว้
ไม่ให้เก่าหรือสีซีดลงเร็วเกินไป ซึ่งการนุ่งซิ่นตีนจกกลับด้านนี้ยังคงความงดงามและแปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง
ขอบคุณภาพและข้อมูลจากสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่มที่ 8 .