21/01/2026
https://www.facebook.com/100063618392732/posts/1490959353034664/
นครลำปาง ตอนที่ 2
ลำปางในยุคตำนานและสมัยหริภุญชัย (ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13-14 เป็นต้นมา)
ลำปางยุคแรก หรือ สมัยเขลางคนคร ซึ่งค้นได้จากตำนานมูลศาสนา ชินกาลมาลีปกรณ์ตำนานจามเทวีวงศ์ ตำนานไฟม้างกัปป์ ตำนานรัตนพิมพวงศ์และพงศาวดารโยนก กล่าวว่าเมืองนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1223 หรือต้นพุทธศตวรรษที่ 13 โดยหลังจากฤาษีวาสุเทพ ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ได้ร่วมกับพระสุกกทันตฤาษีแห่งเมืองละโว้ (ลพบุรี) สร้างเมืองหริภุญชัย (ลำพูน) แล้วทูลขอผู้ปกครองจากพระเจ้าลพราชกษัตริย์กรุงละโว้ พระองค์ได้ประทานพระนางจามเทวี พระราชธิดา ให้มาเป็นผู้ครองนคร ในขณะเสด็จขึ้นมานั้นพระนางทรงครรภ์ เมื่อประทับอยู่หริภุญชัยได้ 7 วัน ได้ประสูติโอรสแฝด 2 องค์ นามว่า มหันตยศกุมารหรือมหายศ และอนันตยศกุมารหรืออินทวร เมื่อกุมารทั้ง 2 เจริญวัย พระนางจามเทวีได้ราชาภิเษกเจ้ามหันตยศ ให้เป็นกษัตริย์ปกครองหริภุญชัย ส่วนเจ้าอนันตยศเป็นอุปราช ต่อมาเจ้าอนันตยศ มีพระประสงค์จะไปสร้างเมืองใหม่ พระฤาษีวาสุเทพจึงได้แนะนำให้ไปหาพรานเขลางค์ที่เขลางค์บรรพตหรือภูเขาสองยอด ครั้นเมื่อพบแล้วพรานเขลางค์จึงได้พาไปพบพระสุพรหมฤาษีบนภูเขาสองยอดหรือดอยง่าม แล้วขออาราธนาให้ช่วยสร้างเมือง พระสุพรหมฤาษีและพรานเขลางค์ได้เลือกหาชัยภูมิที่เหมาะสม แล้วสร้างเมืองขึ้นบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวัง แล้วขนานนามว่า “เขลางคนคร” แล้วอัญเชิญเจ้าอนันตยศขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองนามว่าพระเจ้าอินทรเกิงกร
เรื่องราวของเมืองเขลางคนครในสมัยหลังจากพระนางจามเทวีแล้ว ตำนานมูลศาสนาและชินกาลมาลีปกรณ์ได้กล่าวถึงไทยยะอำมาตย์ ว่ายกทัพจากเขลางคนครมาปลงพระชนม์พญาพันโตญญะ กษัตริย์เมืองหริภุญชัย แล้วขึ้นครองเมืองหริภุญชัยในราว พ.ศ.1801 (เชื้อสายของไทยยะอำมาตย์ได้ครองหริภุญชัยและลำปางต่อมาอีก 34 ปี มีพญาญีบาและพญาเบิก เป็นกษัตริย์องค์สุดท้าย) ต่อมาพญามังรายยึดครองหริภุญชัยและเขลางคนครได้และปกครองเมืองหริภุญชัยและเมืองเขลางคนคร ในฐานะหัวเมืองในอาณาจักรล้านนา ที่ผู้ปกครองเมืองได้รับการแต่งตั้งจากกษัตริย์ราชวงศ์มังรายที่ครองเมืองเชียงใหม่ในฐานะเมืองหลวง
เมืองเขลางค์นครรุ่นแรกนี้ ตั้งอยู่ตำบลเวียงเหนือ ในเขตอำเภอเมืองลำปาง รูปแบบของเมืองเป็นรูปวงรีทรงหอยสังข์เหมือนเมืองหริภุญชัย ขนาด 600 x 1,400 เมตร ตัวเมืองด้านตะวันออกปรับให้โค้งไปตามแนวของแม่น้ำวัง วัดสำคัญที่อยู่ในเวียงคือ วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม (เดิมชื่อวัดชมพู) ประตูเมืองโบราณคือ ประตูม่า ประตูผาบ่อง ประตูท่านาง ประตูนกกต และประตูตาลนอกเวียง ด้านตะวันตกมีวัดพันเชิง วัดกู่ขาว วัดกู่คำ จากการศึกษาทางด้านโบราณคดีของอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ได้พบหลักฐานเป็นเศียรพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปหริภุญชัย ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันความถูกต้องของตำนาน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าร่องรอยโบราณวัตถุศิลปหริภุญชัยที่พบในเขตเมืองเขลางคนครมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับเมืองต่าง ๆ ในเขตลำพูน เชียงใหม่ เขลางค์นครอันสันนิษฐานว่าเป็นที่อยู่ของกษัตริย์และชนชั้นปกครองสมัยนั้น มีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางทางการเมือง โดยมีเวียงบริวารอันเป็นขนบของการสร้างเมืองสมัยหริภุญชัยอยู่รายรอบ ได้แก่ เวียงพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งทำหน้าที่เป็นเวียงพระธาตุ ส่วนเวียงบริวารที่ทำหน้าที่ป้องกันข้าศึกคือ เวียงไจ เวียงฮี อยู่ที่ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง และเวียงตาน ในเขตอำเภอห้างฉัตร เวียงบริวารดังกล่าวตั้งอยู่บนเส้นทางที่ไปสู่เวียงเขลางค์
โปรดติดตามตอนต่อไป
อ้างอิง
1. ชินกาลมาลีปกรณ์
2. พงศาวดารโยนก
เรียบเรียงโดย เพจเกร็ดประวัติศาสตร์ v2