Stone Activity We are professional training for teamwork
"Straight Like A Stone" call us 089-512-5775

เราคือทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านการคิดและออกแบบกิจกรรม ภายใต้คำว่า" LERNING BY ACTIVITY " โดยมีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ สนุกสนาน ท้าทาย และแปลกใหม่ ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการและวัฒนธรรมขององค์กรส่งเสริมทางด้านความคิดสร้างสรรค์ ภาวะการเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีมด้วยวิทยากรที่มีคุณภาพและประสบการณ์ เพื่อให้กิจกรรมออกมาตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่องค์กรต้องการมากที่สุด

“Learning is not a spectator sport.”— Arthur W. Chickering & Zelda F. Gamsonการเรียนรู้ที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นตอน Speaker ข...
18/09/2026

“Learning is not a spectator sport.”
— Arthur W. Chickering & Zelda F. Gamson

การเรียนรู้ที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นตอน Speaker ขึ้นเวทีเสมอไป

บางครั้ง มันเริ่มตั้งแต่วินาทีที่คนในห้องรู้สึกว่า
“ที่นี่ เรามีส่วนร่วมได้”

วันที่ 27–28 สิงหาคม 2569 Stone Activity ได้ร่วมดูแลกิจกรรม Ice Breaking ภายในงาน สสว. Local Trade Center ณ Centara Grand at Central Plaza Ladprao Bangkok

สำหรับเรา Ice Breaking ไม่ใช่แค่กิจกรรมเพื่อสร้างเสียงหัวเราะก่อนเริ่มงาน

แต่คือการ “เตรียมห้องให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้”

จากคนที่ยังไม่รู้จักกัน → เริ่มพูดคุยกัน
จากบรรยากาศที่ยังเกร็ง → กล้าที่จะมีส่วนร่วม
จากผู้ฟัง → กลายเป็นผู้เข้าร่วม

แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานด้านการเรียนรู้และ Neuroscience ที่ชี้ให้เห็นว่า อารมณ์ ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ความสนใจ และการเรียนรู้ ไม่ได้แยกออกจากกัน

เพราะก่อนที่เราจะถามว่า
“วันนี้ผู้เข้าร่วมจะเรียนรู้อะไร?”

เราอาจต้องถามก่อนว่า
“เราออกแบบสภาวะที่ทำให้เขาพร้อมจะเรียนรู้แล้วหรือยัง?”

นี่คือเหตุผลที่ Stone Activity ไม่ได้มอง Ice Breaking เป็นเพียงกิจกรรมเปิดงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Learning Experience Design

ไม่ว่าจะเป็น Seminar, Conference, Training หรือ Corporate Event เราสามารถออกแบบ Ice Breaking และกิจกรรม Interactive ให้เชื่อมโยงกับ Objective, เนื้อหา และผู้เข้าร่วมของแต่ละงานโดยเฉพาะ

เพราะบางครั้ง… 15 นาทีแรก อาจเปลี่ยนคุณภาพของอีกหลายชั่วโมงที่เหลือได้

#สสว

Team Bonding ไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมเดิม ๆ ที่ทุกคนเคยเล่นและการเรียนรู้…ก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกเหมือนกำลัง “เรียน” เสมอไ...
17/09/2026

Team Bonding ไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมเดิม ๆ ที่ทุกคนเคยเล่น

และการเรียนรู้…ก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกเหมือนกำลัง “เรียน” เสมอไป

วันที่ 21–22 สิงหาคม 2026
Stone Activity ได้ร่วมออกแบบกิจกรรมสำหรับ Chubb A&H Offsite 2026 ณ The Standard, Pattaya

โจทย์ของเราครั้งนี้คือการสร้างพื้นที่ให้ทีมได้ Connect กันในรูปแบบที่สดใหม่ สนุก และ Creative — พร้อมกับสอดแทรกการเรียนรู้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์อย่างเป็นธรรมชาติ

เพราะ Team Bonding ที่ดีสำหรับเรา ไม่ใช่แค่การให้ทุกคนมาอยู่ทีมเดียวกันแล้วแข่งขันกัน

แต่มันคือการออกแบบ “Shared Experience”

ให้คนได้คิดด้วยกัน
สร้างบางอย่างด้วยกัน
หัวเราะด้วยกัน
แก้ปัญหาด้วยกัน
และได้เห็นมุมใหม่ ๆ ของคนที่เราทำงานด้วยทุกวัน

บางครั้ง การเรียนรู้เรื่อง Teamwork ที่ดีที่สุด อาจไม่ได้เกิดจากการนั่งฟังว่า “ทีมที่ดีควรเป็นอย่างไร”

แต่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังลงมือทำอะไรบางอย่างร่วมกัน แล้วค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง

Team Bonding doesn’t have to be cliché.

It can be something new.
Something fun.
Something creative.

And still be a meaningful part of learning.

นี่คือ Experiential Learning ในแบบของ Stone Activity — เราใช้กิจกรรม เกม และประสบการณ์เป็นเครื่องมือในการทำให้คนได้ Connect, Reflect และ Learn Together

หากคุณกำลังวางแผน Offsite, Team Retreat หรือ Corporate Learning และอยากลองทำอะไรที่แตกต่างจาก Team Building แบบเดิม ๆ

มาคุยกับเราได้ที่ Stone Activity

🌱 Green Deal: Thailand’s Wind Energy Gamble  “อนาคตพลังงานของไทย: โอกาส ความเสี่ยง และทางเลือกสู่ความยั่งยืน”เมื่อหัวข้อ...
17/09/2026

🌱 Green Deal: Thailand’s Wind Energy Gamble
“อนาคตพลังงานของไทย: โอกาส ความเสี่ยง และทางเลือกสู่ความยั่งยืน”

เมื่อหัวข้อที่ซับซ้อนอย่าง “อนาคตพลังงานของประเทศไทย” ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่บนเวทีเสวนา

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา Stone Activity ได้มีโอกาสร่วมออกแบบและดูแลประสบการณ์ภายในงาน Green Deal: Thailand’s Wind Energy Gamble ณ Grande Centre Point Ploenchit

ภายในงาน เราไม่ได้เพียงจัด Ice Breaking เพื่อเตรียมผู้เข้าร่วมให้พร้อมสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ยังร่วมดูแล Panel Talk Discussion และออกแบบกิจกรรม Gamification ที่ Customize ขึ้นสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ

เราเปลี่ยนประเด็นเรื่องพลังงานลม โอกาส ความเสี่ยง และความยั่งยืน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้เข้าร่วมได้ “คิด เลือก แลกเปลี่ยน และมีส่วนร่วม” ผ่านเกมและกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับเนื้อหาจริงของงาน

เพราะ Gamification ไม่จำเป็นต้องมีไว้แค่เพื่อความสนุก
แต่สามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เรื่องซับซ้อน “เข้าใจง่ายขึ้น” และเปิดพื้นที่ให้คนมีส่วนร่วมกับประเด็นได้มากขึ้น

หากคุณกำลังวางแผน Conference, Seminar, Corporate Event หรือ Learning Event และอยากลองเปลี่ยนจากรูปแบบเดิม ๆ มาเป็นประสบการณ์ที่ Interactive และออกแบบเฉพาะสำหรับผู้เข้าร่วมของคุณ

Stone Activity สามารถช่วยออกแบบได้ตั้งแต่ Ice Breaking, Facilitation, Panel Discussion ไปจนถึง Fully Customized Gamification

อยากลองทำอะไรใหม่ ๆ กับงานครั้งต่อไป ติดต่อเราได้เลย

05/09/2026

Sport Team building

🎸🎼💕🎤🥁🎸🎷⚽️🏐🎾

04/09/2026

Siam Kempnski

Team Synergy

Mastery in Motion

💕🎤 Fun ✌️ Learn 💕 Connect 🤟Collaboration

By : Stone activity

Work-Life Balance ต่างเจเนอเรชันเมื่อคำว่า “สมดุล” ของแต่ละคนไม่เหมือนกันหลายองค์กรกำลังทำงานท่ามกลางความหลากหลายของช่วง...
04/09/2026

Work-Life Balance ต่างเจเนอเรชัน

เมื่อคำว่า “สมดุล” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

หลายองค์กรกำลังทำงานท่ามกลางความหลากหลายของช่วงวัย ตั้งแต่คนที่เติบโตมากับวัฒนธรรมการทำงานหนักและความมั่นคง ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับอิสระ สุขภาพใจ และการออกแบบชีวิตในแบบของตัวเอง

เมื่อคนต่างวัยมาทำงานร่วมกัน ความเห็นเกี่ยวกับ Work-Life Balance จึงอาจไม่ตรงกัน

บางคนเชื่อว่า
“ช่วงที่มีโอกาสก็ควรทุ่มเทให้เต็มที่”

บางคนมองว่า
“งานสำคัญ แต่ชีวิตส่วนตัวก็ไม่ควรถูกละเลย”

และบางคนตั้งคำถามต่อไปอีกว่า
“ทำไมเราต้องแยกงานออกจากชีวิต ในเมื่อเราสามารถออกแบบให้ทั้งสองส่วนอยู่ร่วมกันได้”

ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าใครขยันกว่า ใครอดทนกว่า หรือใครเห็นแก่ตัวกว่า แต่อาจเป็นเพราะแต่ละเจเนอเรชันเติบโตมาในสภาพเศรษฐกิจ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน

Baby Boomers: ความสำเร็จมาจากความทุ่มเทและความรับผิดชอบ

คนรุ่น Baby Boomers จำนวนมากเติบโตมากับแนวคิดเรื่องความมั่นคง การทำงานหนัก และความภักดีต่อองค์กร งานจึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งรายได้ แต่ยังเป็นสิ่งที่สะท้อนความรับผิดชอบ สถานะ และความภาคภูมิใจ

Work-Life Balance ในมุมของคนรุ่นนี้อาจไม่ได้หมายถึงการแบ่งเวลาให้งานและชีวิตเท่ากันทุกวัน แต่หมายถึงการยอมทุ่มเทในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต

สิ่งที่คนรุ่นนี้ให้ความสำคัญจึงมักเป็นเรื่องหน้าที่ ความต่อเนื่อง ความอดทน และการทำให้งานสำเร็จ แม้บางครั้งจะต้องเสียสละเวลาส่วนตัวก็ตาม

Generation X: ทำงานให้ดี และดูแลชีวิตให้ได้

Generation X อยู่ตรงกลางระหว่างโลกการทำงานแบบดั้งเดิมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หลายคนผ่านช่วงเศรษฐกิจที่ผันผวน ต้องรับผิดชอบทั้งเรื่องงาน ครอบครัว ลูก และพ่อแม่ในเวลาเดียวกัน

Work-Life Balance ของคนรุ่นนี้จึงมักเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ พวกเขายังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบและผลงาน แต่ก็ต้องการพื้นที่ในการจัดการชีวิตด้วยตนเอง

หากได้รับเป้าหมายที่ชัดเจน มีอิสระในการทำงาน และได้รับความไว้วางใจ คนกลุ่มนี้มักสามารถดูแลงานและชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องถูกควบคุมทุกขั้นตอน

Generation Y หรือ Millennials: งานควรมีความหมายและไปด้วยกันกับชีวิต

คนรุ่น Millennials เติบโตขึ้นพร้อมกับอินเทอร์เน็ต การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และโลกการทำงานที่ไม่ได้รับประกันความมั่นคงเหมือนในอดีต

หลายคนจึงไม่ได้มองเพียงว่า “งานนี้มั่นคงหรือไม่” แต่ยังถามว่า

“งานนี้มีความหมายกับเราอย่างไร”
“เรากำลังเติบโตขึ้นหรือเปล่า”
“องค์กรเห็นคุณค่าของเราในฐานะคนคนหนึ่งหรือไม่”

Work-Life Balance สำหรับคนรุ่นนี้จึงเกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่น คุณภาพชีวิต โอกาสในการเรียนรู้ และความสัมพันธ์ที่ดีกับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน

พวกเขาอาจยอมทุ่มเทอย่างมากให้กับงานที่เชื่อมั่น แต่ต้องการเห็นเหตุผล เป้าหมาย และคุณค่าของสิ่งที่กำลังทำ ไม่ใช่ทำเพียงเพราะเป็นคำสั่งหรือเป็นธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติกันมา

Generation Z: ชีวิตไม่ควรถูกใช้จนหมดไปกับการทำงาน

Generation Z เริ่มต้นชีวิตการทำงานในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งวิกฤตโรคระบาด เทคโนโลยี AI ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการพูดถึงสุขภาพจิตอย่างเปิดเผยมากขึ้น

คนรุ่นนี้จึงให้ความสำคัญกับขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างงานกับชีวิต ความยืดหยุ่น ความเป็นตัวเอง และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทางความรู้สึก

พวกเขาอาจตั้งคำถามกับการประชุมที่ไม่จำเป็น การทำงานล่วงเวลาโดยไม่มีเหตุผล หรือวัฒนธรรมที่วัดความทุ่มเทจากจำนวนชั่วโมงแทนที่จะวัดจากผลงาน

ในสายตาของคนรุ่นก่อน สิ่งนี้อาจดูเหมือนความอดทนน้อยลง แต่ในมุมของคนรุ่นใหม่ นี่คือการดูแลพลังงาน สุขภาพ และชีวิตของตนเอง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม คำอธิบายตามเจเนอเรชันเป็นเพียงภาพกว้างเท่านั้น เพราะคนวัยเดียวกันก็อาจคิดไม่เหมือนกันได้ ประสบการณ์ชีวิต ลักษณะงาน ภาระครอบครัว สุขภาพ และสถานการณ์ทางการเงิน ล้วนมีผลต่อความต้องการของแต่ละคน

ปัญหาอาจไม่ใช่เพราะเรา “ต่างวัย” แต่เพราะเรา “ตีความต่างกัน”

เมื่อหัวหน้าบอกว่า “อยากให้ทุกคนมีความรับผิดชอบ” ลูกทีมอาจตีความว่าองค์กรกำลังเรียกร้องให้พร้อมทำงานตลอดเวลา

เมื่อลูกทีมบอกว่า “อยากมี Work-Life Balance” หัวหน้าอาจตีความว่าลูกทีมไม่ต้องการทุ่มเท

เมื่อคนรุ่นหนึ่งอยู่ทำงานจนดึก เขาอาจมองว่านี่คือความรับผิดชอบ ขณะที่อีกคนอาจมองว่าเป็นผลจากการบริหารเวลาหรือระบบงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ความขัดแย้งจึงไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความหมายที่แต่ละคนมอบให้กับพฤติกรรมนั้นด้วย

หากเรารีบตัดสินว่า “คนรุ่นนี้เป็นแบบนั้น” หรือ “คนวัยนั้นเป็นแบบนี้” เราอาจหยุดทำความเข้าใจกันตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้นสนทนา

ทางออกไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงกลางเสมอไป

การหาทางออกระหว่างคนต่างเจเนอเรชัน ไม่ได้หมายถึงให้ทุกฝ่ายถอยคนละครึ่ง เพราะบางเรื่องไม่สามารถแบ่งครึ่งได้ และความต้องการของแต่ละคนก็อาจไม่เหมือนกัน

ทางออกที่ดีกว่า คือการสร้างความเข้าใจและข้อตกลงร่วมกันว่า

* ผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการคืออะไร
* เรื่องใดเป็นความรับผิดชอบที่ทุกคนต้องรักษา
* เรื่องใดสามารถยืดหยุ่นได้
* เวลาใดเป็นเวลางานที่จำเป็นต้องติดต่อกัน
* เหตุการณ์เร่งด่วนหมายถึงอะไร
* เราจะช่วยกันป้องกันไม่ให้ภาระตกอยู่กับคนใดคนหนึ่งได้อย่างไร
* เราจะวัดความทุ่มเทจากเวลาที่ใช้ หรือจากคุณภาพของผลลัพธ์

เมื่อความคาดหวังชัดเจน คนทำงานจะสามารถจัดการชีวิตได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันองค์กรก็ยังมั่นใจได้ว่างานจะไม่เสียหาย

จาก Work-Life Balance สู่ Work-Life Understanding

ในความเป็นจริง ชีวิตอาจไม่ได้สมดุลตลอดเวลา

บางช่วงงานอาจต้องการพลังจากเรามากเป็นพิเศษ ขณะที่บางช่วงครอบครัว สุขภาพ หรือเรื่องส่วนตัวอาจต้องได้รับความสำคัญมากกว่าเดิม

ดังนั้น สิ่งที่องค์กรควรสร้างอาจไม่ใช่สมดุลแบบตายตัว แต่คือ Work-Life Understanding หรือความเข้าใจร่วมกันระหว่างงานกับชีวิต

ความเข้าใจนี้เกิดขึ้นได้จาก 4 เรื่องสำคัญ

1. ฟังก่อนตัดสิน

อย่าเพิ่งสรุปว่าคนที่กลับตรงเวลาไม่ทุ่มเท หรือคนที่ทำงานหลังเลิกงานบริหารเวลาไม่เป็น แต่ควรทำความเข้าใจบริบทและเหตุผลของแต่ละคน

2. ตกลงจากเป้าหมาย ไม่ใช่จากความเคยชิน

หลายกฎในที่ทำงานอาจเกิดขึ้นเพราะ “เราเคยทำแบบนี้” ลองกลับมาถามว่าวิธีนั้นยังตอบโจทย์เป้าหมายในปัจจุบันหรือไม่

3. ให้ความยืดหยุ่นมาพร้อมความรับผิดชอบ

ความยืดหยุ่นไม่ใช่การทำอะไรก็ได้ แต่คืออิสระในการเลือกวิธีทำงาน ภายใต้เป้าหมาย คุณภาพ และข้อตกลงที่ชัดเจน

4. เคารพความแตกต่างโดยไม่สร้างมาตรฐานสองแบบ

แต่ละคนอาจต้องการรูปแบบการทำงานไม่เหมือนกันได้ แต่หลักเรื่องความเป็นธรรม คุณภาพงาน และความรับผิดชอบควรได้รับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ

ความสมดุลที่ดีที่สุด คือความสมดุลที่พูดคุยกันได้

องค์กรอาจไม่สามารถออกแบบ Work-Life Balance รูปแบบเดียวให้เหมาะกับทุกคนได้ เพราะสิ่งที่เรียกว่า “ชีวิตที่ดี” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

สำหรับบางคน ชีวิตที่ดีคือการได้เติบโตและก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
สำหรับบางคน คือการมีเวลาอยู่กับครอบครัว
สำหรับบางคน คือการมีอิสระในการทำสิ่งที่รัก
และสำหรับบางคน คือการทำงานในที่ที่เห็นคุณค่าและยอมรับในความเป็นตัวเขา

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การหาคำตอบว่าเจเนอเรชันใดเข้าใจ Work-Life Balance ได้ถูกต้องที่สุด แต่คือการสร้างพื้นที่ให้ทุกคนสามารถพูดถึงความต้องการ ข้อจำกัด และความคาดหวังของตนเองได้อย่างตรงไปตรงมา

เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนต่างรุ่นอาจไม่ได้ต้องการสิ่งที่แตกต่างกันมากนัก

ทุกคนต่างต้องการทำงานให้ดี
ต้องการได้รับการยอมรับ
ต้องการมีชีวิตที่มีคุณค่า
และต้องการรู้ว่าสิ่งที่ตนเองทุ่มเทไปนั้นมีความหมาย

เมื่อองค์กรเปลี่ยนจากการตัดสินมาเป็นการรับฟัง เปลี่ยนจากการควบคุมมาเป็นข้อตกลง และเปลี่ยนจากการเหมารวมตามวัยมาเป็นการทำความเข้าใจคนแต่ละคน ความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันก็จะไม่ใช่กำแพง

แต่จะกลายเป็นโอกาสให้เราออกแบบวิธีทำงานที่ทั้งคนและองค์กรเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน

27/07/2026

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66895125775

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Stone Activityผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์