27/02/2026
ชีวิตของคนที่ไม่ได้รู้จัก และเพิ่งรู้จักเมื่อสักครู่นี้
วันนี้ต้องไปสอนที่ม.มหิดล ศาลายา ตื่นตีห้า ตั้งใจจะเรียก Grab จากสุขุมวิท แม้ภรรยาอยากจะขับรถมาส่ง แต่ผมอยากให้เขาได้พัก และยืนยันว่าไปเองได้สบายมาก เพราะต้องออกมาเช้ามากๆ หลังจาก bye bye ภรรยาก็ลงมาที่ข้างล่างพร้อมกับกด Grab เพื่อเรียกรถ เจอราคา ประมาณ 400-600 บาท เลยเปลี่ยนใจโดยไม่ได้บอกภรรยา
รีบแว๊นจากคอนโดมาขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสุขุมวิท ประมาณ 10 กว่าป้าย ต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานีท่าพระ เพื่อมาลงสถานีไฟฉาย แล้วเรียกแท็กซี่ต่อ คิดว่าน่าจะช่วยประหยัดเงินได้ไปหลายร้อย คิดในใจตลอดทางด้วยความภูมิใจ
พอลงจากสถานีไฟฉาย ขึ้น taxi คันแรกได้ไม่ถึง 1 นาที แท็กซี่ให้ลง บอกว่าเปลี่ยนใจไม่ไป ลงมาแบบงงๆ เดินต่อมาอีกสักพัก เจอแท็กซี่คันสีชมพูจอดรอผู้โดยสาร เลยถามคุณลุงว่าไปมหิดล ศาลายาไหม ลุงบอกไป
สังเกตว่าคุณลุงนั่งหลังตรง สภาพหน้าตาคุณลุงดูเศร้าๆ เลยชวนลุงคุย และลุงเล่าว่าไปผ่าตัดหลังมา เพราะลื่นล้ม เพิ่งออกจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ได้ไม่กี่วัน แต่ต้องออกหาเงิน เพราะค่าผ่าตัดเกือบ 10,000 บาท แม้ใช้บัตรทองแล้วก็ตาม เงินที่เก็บไว้หายหมด ลุงเล่าไปพลางก็บ่นว่าก่อนที่จะรับผมขึ้น โดนผู้โดยสารที่เป็นผู้หญิงก่อนหน้านี้โกงค่าโดยสาร เรียกรถมาแล้วขอลงไปเอาเงินกับแฟนที่จอดมอเตอร์ไซค์รออยู่ จากนั้นก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์หนีไปเลย ลุงไม่มีแรงจะไปสู้ไปตาม เพราะยังเจ็บหลังจากการผ่าตัดอยู่
คุณลุงนั่งเสียใจ ไม่รู้วันนี้จะเอาเงินที่ไหนไปเติมค่าแก๊ส ตัดสินใจเอาเงิน 100 บาทสุดท้ายไปเติมน้ำมัน หวังจะหาผู้โดยสารให้ได้ ลุงตัดสินใจจอดรออยู่ไม่กล้าไปไหน จนผมขึ้นรถ ได้คุยและรู้เรื่องราวทั้งหมด ลุงยังเล่าว่า ลูกสาวคุณลุงเสียไปเพราะมะเร็งเต้านม ตอนนี้ต้องเลี้ยงหลานสองคน และวันนี้ไม่รู้ว่าหลานจะได้ไปโรงเรียนไหม เพราะไม่มีเงินค่ารถคนละ 25 บาท และค่าอาหารค่าขนมอีกคนละ 40 บาท
ภรรยาคุณลุงเองก็ไม่มีเงิน ไม่รู้จะไปส่งหลานอย่างไร รอให้คุณลุงขับแท็กซี่แล้วโอนเงินไป ลุงเล่าว่าแถวบ้านมีนายห้างให้กู้ 1,000 บาท แต่จะได้เงินแค่ 800 บาท และต้องส่งวันละ 200 บาท 9 วัน ลุงบอกว่าสู้ไม่ไหว ตัดสินใจไม่ถูก เลยออกมาขับแท็กซี่ แต่ถ้าวันนี้ไม่ได้ก็คงต้องกลับไปขอร้องนายห้าง
ส่วนอู่แท็กซี่คิดวันละ 700 บาท เมื่อวานหาได้ไม่ถึง ขาดไป 300 เถ้าแก่บอกว่าวันนี้ถ้าไม่ได้ก็ไม่ต้องขับอีก ลุงเลยตัดสินใจออกมา แต่โชคไม่ดี เจอมิจฉาชีพหลอกขึ้นรถแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน
ผมถามคุณลุงว่าตอนนี้ ลุงคงคิดหลายอย่างใช่ไหม ผมบอกให้ใจเย็น ๆ เดี๋ยวมันจะผ่านไปได้ ลุงบอกว่าตอนนี้คิดอย่างเดียว ขอให้ได้ค่าแก๊ส 300 บาท และไม่รู้ว่าที่ผมนั่งมาจะได้ถึงหรือเปล่า
ผมคุยกับลุงต่อ เล่าว่าชีวิตผมก็ลำบากเหมือนกัน รถยนต์ก็ขายไปตั้งแต่ช่วงโควิด การเดินทางไปสอนหรือรับงานต่าง ๆ หลายครั้งไม่เคยกำหนดค่าตัว เมื่อวานก็ไปสอนมาสองชั่วโมงเค้าให้เท่าไหร่ก็ว่าไป ไม่เคยเรียกร้อง เอาที่เขาสบายใจและอยากให้มากกว่า หนี้สินผมเองก็ไม่ธรรมดา ลุงถามว่าไม่เครียดเหรอ ผมบอกว่าไม่เครียด เพราะเชื่อว่าคนเราผ่านทุกอย่างได้ ถ้ายังเห็นทางไปต่อ และผมไม่เคยยอมแพ้
ลุงบอกว่าตัวเองจบแค่ ป.2 ทั้งชีวิตทำอะไรไม่เป็นนอกจากขับรถส่งของ ตอนนี้หลังยังเจ็บจากการผ่าตัดต้องมาขับแท็กซี่ วันนี้เป็นวันที่สอง
เราคุยกันไม่ถึง 30 นาที ผมก็ถึงที่หมายและเหลือบมองมิเตอร์ขึ้นประมาณ 150 บาท ลืมบอกว่า ลุงเล่าว่าหลานสาวของลุงน่ารักมาก บ่นอยากกิน KFC มาก แต่รู้ว่าลุงไม่มีเงิน ก็เลยไม่ได้ขอหรือรบเร้าอะไร หลานบอกว่าเข้าใจ
ผมพูดพลางยื่นเงิน 1,000 บาทให้ แล้วบอกว่า วันนี้ลุงได้ค่าแก๊สแล้วนะ และรีบบอกภรรยาให้พาหลานสองคนไปโรงเรียนได้แล้วด้วย รวมทั้งให้ค่าขนมอีกด้วย และวันนี้ลุงคงได้เลี้ยง KFC หลานแล้วนะ ผมพูดแล้วก็ลงจากรถ คุณลุงลุกออกมาจะกราบ ผมรีบยกมือไหว้กลับ มองตากันแล้วน้ำตาจะไหลทั้งสองฝ่าย
ไม่ได้บอกภรรยาว่าสุดท้ายไม่ได้เรียก Grab กว่าจะมาถึงนี่ก็ทรหดมาก จากที่ตั้งใจจะประหยัดเงิน แต่วันนี้เสียเงินไป 1,000 บาท
แต่โคตรมีความสุขเลย
:::
ชีวิตนี้มีคนลำบากกว่าเรา มีคนทุกข์มากกว่าเรา มีคนไม่เห็นแม้ทางออกยิ่งกว่าเรา เรามี พอจะมี หรือ มีเกินพอดี ไม่สำคัญ เท่ากับ การมีความเห็นอกเห็นใจ การให้กำลังใจ ให้กัน